2007/Aug/23

อันเนื่องมาจากเมื่อวานนี้เราต้องไปช่วยงานเพื่อน(ไปเป็นเบ๊นั่นเอง)ทำงานกลุ่มส่งอาจารย์ เราก็เลยได้แอบเข้าไปจับเด็กอนุบาลหน้าตาน่ารักๆกิน.......เอ๊ยยย ไปดูแลเด็กอนุบาล 1 วันจ๊า

เห็นเด็กๆ(หน้าตาน่าจับกิน)เล่นกัน ขำ แอนด์ กวนตีนดี เลยเอามาเล่าให้ฟัง

ไปถึงรร.อนุบาลตอน10โมงนิดๆ(รร.แถวๆสาธร......แต่บ้านกรูอยู่ปิ่นเกล้า.....ไกลสาดดดด)

ตอนเราเข้าไปในห้องเรียนซึ่งเล็กมากกกกก เดิน3-4ก้าวก็สุดห้อง(ไม่เข้าใจว่าทำไมตอนเด็กๆเราถึงว่ามันกว้างจังวะ)

เราเรียนจิตวิทยา เพราะงั้นงานกลุ่มที่ว่าก็คือ เล่นละครให้เด็กๆดูตามทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ว่า เด็กจะเลียนแบบการกระทำของบุคคลในทีวีหรือคนที่เขาได้พบเห็น

เตรียมการเสร็จซักพัก ครูก็ต้อนเด็กๆเข้ามา เด็กแต่ละคนส่อแววซนที่สุดในโลก ซึ่งตอนแรกก็ดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวเรียบร้อยดี(อันเนื่องมาจากครูยังอยู่นั่นเอง 555)

พอครูไป งานของพวกเราก็เริ่มต้นขึ้น

หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จก็เริ่มเกมส์กัน.....ก็ให้เด็กต่อจิ๊กซอว์หมีพูห์แข่งกัน ทีมชนะก็ให้ขนมกิน แต่ยังไม่ให้ตอนนั้น ต้องรอแสดงละครก่อนเพื่อดูปฏิกิริยาเด็กต่อการดูละคร

แล้วการแสดงก็เริ่มต้นขึ้น......เรื่องมีอยู่ว่า.... ณ หมู่บ้านๆหนึ่ง มีนางฟ้ากับปีศาจอยู่ วันหนึ่งก็มีร้านขนมมาเปิดใหม่ แล้วทั้งสองก็ได้ไปซื้อขนมจากร้านนั้นมา ทางฝ่ายนางฟ้า เมื่อซื้อขนมแล้วก็เอาไปแบ่งกันกับเพื่อนๆ ส่วนฝ่ายปีศาจเมื่อซื้อแล้วก็กินอยู่คนเดียว เพื่อนมาขอก็ไม่แบ่งให้.......วันต่อมา เพื่อนก็ซื้อขนมมากินกันบ้าง และแบ่งให้นางฟ้ากิน แต่ไม่แบ่งให้ปีศาจกิน ทำให้ปีศาจไม่มีเพื่อนในที่สุด......สุดท้ายปีศาจก็คิดได้และซื้อขนมมาแบ่งเพื่อนในที่สุด และหมู่บ้านนี้ก็อยู่กันอย่างสงบสุข.......จบ....(ปัญญาอ่อนดี)

พอเล่นเสร็จ เราก็แจกขนมให้ทีมที่ชนะ ก่อนหน้านั้นก็เปรยๆไว้ว่าถ้าอยากเป็นเด็กดีเหมือนนางฟ้า อยากมีเพื่อนเยอะๆเหมือนนางฟ้าต้องทำอะไรยังไงประมาณนี้(กันไว้ก่อนกลัวผลไม่สำเร็จ 555).......แล้วหลังจากที่แจกขนมไปก็ได้ผลเจ้าค่ะ.....เด็กๆต่างก็แบ่งขนมให้กัน น่ารักมากมาย

แล้วก็จบกิจกรรมทั้งหมด แล้วก็ปล่อยเด็กไปทานข้าว

กิจกรรมวันนี้สนุกมากมาย ได้เล่นกับเด็กๆ ทำให้รู้(และสงสัย)ว่าตอนเด็กตรูปัญญาอ่อนขนาดนี้(เลยเรอะ) 5555 ก่อนจะกลับก็ไปบ๊ายบายเด็กกัน แถมดูท่าทางไม่อยากให้กลับด้วย น่าร้ากกกกก

......ส่วนหนึ่งของพฤติกรรมขำๆปนน่ารัก(แถมด้วยความกวนตีนและแสบ)ของเด็กๆ.........

-ตอนแนะนำตัว เด็กจะขำมากถ้าชื่อของคนๆนั้นเป็นชื่อของกิน หลังๆเลยให้ทุกคนเป็นชื่อของกินซะเลย เช่น ส้มตำ ไข่เจียว ส้มเขียวหวาน ละมุด มะละกอ บลาๆๆ แต่เด็กจะไม่สนใจเลย หากเป็นชื่ออื่น

-ในห้องนี้มีเด็กคนนึงไม่ได้ใส่ชุดนักเรียน เพื่อนเราก็เลยไปถามว่าทำไมไม่ใส่ แต่เด็กดันตอบว่า "ก็จะไม่ใส่อ่ะแล้วมีอะไรมั้ย" เหอๆๆๆ (ตอนหลังไปถามอ. ก็เลยรู้ว่าเค้าเป็นเด็กอินเตอร์ ตอนนี้ปิดเทอมอยู่ พ่อแม่เลยส่งให้มาฝึกเรียนภาษาไทย)

-มีเด็กผู้ชายคนนึง เวลาเรียกออกมาจับกลุ่ม(ประมาณแบบให้ชี้ตัวเลือกเพื่อนประมาณนั้น) น้องเค้าจะเดินไปจูงมือเด็กผู้หญิงออกมาตลอดเวลา แถมลากมาแล้วไม่ค่อยยอมปล่อยมือซะด้วย......เปิดฮาเร็มตั้งแต่เด็กเลยนะจ๊ะหนู 5555

-มีเด็กแกล้งกันในห้อง(เป็นอารมณ์แบบอยู่กัน3คน เป็นแกงค์หัวโจกในห้องอ่ะ)เพื่อนเราเลยไปเตือนว่าอย่าไปตบหัวเพื่อน เด๋วโง่.........แล้วเด็กคนนึงในนั้นที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเพื่อนก็เลยบอกกับเพื่อนว่า "เห็นมั้ย บอกแล้วไม่เชื่อว่าอย่าตบหัวเพื่อน มันไม่ดีเด๋วก็โง่หรอก" แต่มือทั้ง2ข้างของน้องอยู่บนหัวเพื่อน และกำลังตบหัวเพื่อนอยู่ เหอๆๆๆ

-เด็กคนนึง(แกงค์3หัวโจกเช่นเคย) เวลาพี่ๆ(ก็พวกเรานั่นล่ะ)ยืนเฉยๆ หรือยืนเหม่อไม่ได้คุยกะเด็กอยู่ เค้าจะชอบเข้ามาดึงขนหน้าแข้งพี่ๆ......ของผู้หญิงยังไม่เท่าไรเพราะพี่ใส่กระโปรงนักศึกษา แต่เวลาเค้าไปแกล้งพวกผู้ชายที่ใส่กางเกงนักศึกษา(ขายาว)นี่สิ ถึงกะล้วงขากางเกง ล้วงถุงเท้าเข้าไปดึงกันเลยทีเดียว...........

-ตอนก่อนเล่นละครก็จะถามน้องๆประมาณว่า รู้มั้ยนางฟ้าอยู่ที่ไหน รู้มั้ยปีศาจอยู่ที่ไหน......ส่วนใหญ่ก็ตอบแบบอยู่บนสวรรค์ อะไรยังไง แต่มีเด็กคนนึงตอบชี้ไปนอกห้องเรียนแล้วตอบว่า...."กำลังแต่งตัวอยู่ข้างนอก".......เวรกรรม

-พอเล่นละครเสร็จ มีเด็กคนนึงตะโกนว่า "อะไร จบแล้วเหรอ มีแค่เนี้ยนะ"................

-ตอนแจกขนม มีน้อง2-3คนไม่เข้าไปกินขนมกับเพื่อน เพื่อนเราเลยเข้าไปถามว่า ไม่หิวเหรอ ทำไมไม่กินขนมล่ะ ไม่อร่อยเหรอ อะไรประมาณนั้น แต่เด็กกลับตอบว่า......."ไม่เอาหรอก ผมไม่อยากกินของไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ"........ดูมัน

-เรื่องดีๆก็มีนะ........ระหว่างที่เด็กๆกำลังแบ่งขนมกินอยู่ มีน้องคนนึงพูดว่า "ขนมนี่กินหลายๆคนอร่อยกว่ากินคนเดียวตั้งเยอะ" ด้วย.......น่าร้ากกกกก

-เวลาขนมหล่นพื้น เด็กๆทุกคนจะหยิบขึ้นมาแล้วเอาไปทิ้งที่ถังขยะกันทุกคนเลย.....น่ารักมากๆ

-มุขทุกมุขที่เอามาเล่นกับผู้ใหญ่หรือคนธรรมดาแล้วไม่ขำ(เรียกสั้นว่า"มุขแป้ก") ทุกมุข เด็กๆขำกันเฉยเลย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

นี่แค่ส่วนนึงเน้อ ยังมีอีกมากมาย เล่าไม่หมด(และลืมไปแล้ว 555) แต่ก็เก็บเป็นความทรงจำดีๆได้เพียบเลยล่ะ

ก่อนกลับได้คุยกับอ.ด้วย ก็เลยได้รู้ว่าเด็กห้องที่เอามาให้เราดูแลเนี่ย ถือเป็นตัวปัญหาประจำโรงเรียนเลย(.........มิน่าล่ะ)แล้วอ.ก็เล่าว่า พอตอนเสร็จกิจกรรรมแล้วปล่อยเด็กๆออกมากินข้าวน้องๆเค้าวิ่งไปกอดครูกันเต็มเลย......แปลว่าเค้าพอใจ เค้าสนุกที่พวกเรามากัน.........พออ.เล่าให้ฟังพวกเราทุกคนก็ยิ้มแป้นหน้าบานกันใหญ่เลย........555

เล่นกะเด็กนี่มันก็ได้อารมณ์สนุกไปอีกแบบนะเนี่ย......แต่ถ้าถามว่าจะไปอีกมั้ยนี่......ขอคิดนานๆดูก่อนละกัน เหอๆๆๆๆ เหนื่อยมากกกกกก

......

ปล....รูปยังไม่มีนะจ๊ะถ้าได้รูปเมื่อไรจะเอามาลง

2007/Jul/30

เนื่องจากช่วงนี้เด็กธรรมศาสตร์ได้หยุดเรื่อยเปื่อยฟรีๆ1เดือน เราก็เลยทำตัวเรื่อยเปื่อยไปดูหนังมานะฮ้า ได้หนังถูกใจมา2เรื่อง(ก็ดูแค่2เรื่องนี่หว่า)

+++++++++++

RATATOUILLE (Rat - A -Too - EE)

พ่อครัวตัวจี๊ดหัวใจคับโลก

++++++++++++++

โปสเตอร์ของหนังเรื่องนี้จากประเทศต่างๆจ๊า

เรื่องราวของ"เรมี่"หนูท่อสกปร๊กสกปรกในปารีสที่ไม่อยากจะเป็นแค่หนูกินขยะธรรมดาๆ แต่อยากจะเป็นพ่อครัวเอาซะเอง เขาจับพลัดจับพลูได้ไปอยู่ใต้ร้านอาหารของ"เชฟกุสโตร์" เชพอัจฉริยะที่เขียนหนังสือทำอาหารที่ชื่อว่า "Anyone Can Cook" ขึ้นมา และบังเอิญพบกับ "ลิงกวินี่" ชายหนุ่มไม่ได้เรื่องที่ทำหน้าที่กวาดขยะในร้าน และร่วมมือกันทำอาหารโดยมีลิงกวินี่เป็นแขนขาทำอาหารให้ และมีวิญญาณของกุสโตร์(ที่เรมี่คิดขึ้นเอง)คอยช่วยเหลือ

ในขณะเดียวกัน "สกินเนอร์" หัวหน้าเชฟคนใหม่ที่มาแทนเชฟกุสโตร์ที่เสียชีวิตลง กลับเอาแต่สนใจอาหารแช่แข็งแบรนด์ตัวเองเพื่อให้ขายได้ดีที่สุด ก็พยายามที่จะกำจัดลิงกวินี่ ที่อยู่ก็กลายเป็นจุดสนใจในฐานะ เชฟอัจฉริยะ เพื่อที่จะเอาร้านมาเป็นของตนให้ได้

นอกจากนี้ถ้าใครจะไปดูอย่าลืมเข้าไปเร็วๆนะจ๊ะ เพราะหนังของPixar ทุกเรื่องจะมีหนังสั้นให้ดู ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องLIFT จ๊า........ฮามากกกกกกกก

------------------------------------------

!!!!SPOILED ALERT!!!!

ตอนแรกที่คิดไปดูคือเรากะจะไปดูหนังอนิเมชั่นภาพสวยๆเรื่องน่ารักๆเฉยๆนะ เท่าที่คิดเรื่องเอาไว้ก็ประมาณว่า หนูอยากเป็นพ่อครัว แล้วก็เจอลิงกวินี่ที่อยากเป็นเชฟแล้วก็ร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคด้วยการทำอาหาร อะไรแบบนี้แล้วก็จบด้วยมิตรภาพระหว่างคนกับหนู(ที่พูดได้)

แต่เอาเข้าจริงๆเรื่องมันก็สไตล์นี้แหละ(เอ๊ะยังไง) แต่ที่เราคิดผิดคือ เราว่าการดำเนินเนื้อเรื่องมันค่อนข้างจะตั้งอยู่ในความเป็นจริงเอามากๆเลยอ่ะ ระหว่างคนกับหนูไม่มีการสื่อสารแบบในโลกการ์ตูนที่พูดคุยกันได้ ใครที่ดูจะเห็นว่าเรมี่กับลิงกวินี่ไม่ได้คุยกันตรงๆแบบที่หนังหลายๆเรื่องทำซักนิด แต่มิตรภาพระหว่างสัตว์กับคนที่เป็นคนละสปีชีส์กันก็ยังเกิดขึ้นได้

ในขณะเดียวกัน ตัวลิงกวินี่เองก็ไม่ได้อยากจะเป็นพ่อครัวเท่าไรนัก แล้วก็ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายของชีวิตอะไรเลย แต่กลับถูกบังคับให้มาทำงานเป็นพ่อครัวเพราะต้องสืบทอดกิจการของกุสโตร์พ่อของตัวเอง เมื่อมาร่วมมือกับเรมี่ แม้จะทำให้ตัวเองลืมตัวไปชั่วขณะ แต่สุดท้ายก็ยอมรับได้ว่า ความสามารถในการทำอาหารนั้นไม่ใช่ของตัวเอง แต่เป็นของเรมี่ตะหาก

อีกอย่างที่เราชอบคือตอนจบ มันไ