2005/Sep/27

เย้วๆๆๆ เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 24-25 กย.นี้หลบไปเล่นแรลลี่ของโรงเรียน ที่กาญจนบุรีมาล่ะ ไปเที่ยวกะเพื่อนๆสนุกมากมายเรยเรื่องวันนี้เลยแอบเป็นบันทึกนิดหน่อย ไม่ค่อยมีสาระเน้อ เย่ๆๆๆๆ(ซะงั้น).......อ้อ วันนี้ภาพเยอะ โหลดโหดนะจ๊ะตะเอง เนตไม่แรงโปรดระวัง

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2548

ตื่นตั้งกะตี4ครึ่ง เพราะต้องไปลงทะเบียนที่น้ำพริกแม่ประนอมก่อน7โมงครึ่ง ก่อนออกรถมีกิจกรรมฮาๆเล็กน้อยด้วยการเพนท์หน้าตัวเอง(จนเละ) กะเก็บรักษาลูกโป่ง.....ว่าแล้วก็ออกเดินทาง ทีมเราไปด้วยรถตู้ ประกอบด้วยเพื่อนๆเรา5คน เราอีก1 และคุณป่ะปี๊เพื่อน1 เดินทางกันแบบแรลลี่ เพราะงั้นต้องมีความโหดแอบแฝงแน่นอนเน้อ

เวลาผ่านไป มีการแอบเริ่มหยิบการ์ตูนจากถุงอบายมุข(ซึ่งมันใหญ่ควายมาก....หนักกว่ากระเป๋าสัมภาระทุกคนรวมกันอีก เหอๆ).....ผ่านไป1ชัวโมง เริ่มมีงานให้ทำ ด้วยการสอดส่องข้างทางแล้วเลียงลำดับภาพกะข้อความที่เจอ โอ๊กกกกก ยากอย่างแรง...มีช่วงหนึ่งเราต้อง"วิ่ง"ขึ้นบันได100กว่าขั้นไปทำเควสบนวัด(....) เหนื่อยโคดๆๆๆ(แถมโดนหักคะแนนอีก TT-TT).......ครึ่งเช้าไม่มีอะไรมาก นั่งบนรถอ้อมไปอ้อมมา แล้วไปพักกินข้าวเที่ยง(ตอน11โมง) ที่วุ้นเส้น(อะไรซักอย่างนั่นแหละ).......ว่าแล้วก็ไม่รอช้า กินเสร็จรีบบึ่งออกจากที่กินไปหา RC ต่อ

ถ้าใครเคยเล่นแรลลี่มาก่อนจะรู้ว่าหา RC แอบโหดเล็กๆ ด้วยการให้เราหาตัวอักษรจากข้างทาง บางครั้งก็ไม่ต้องลงไปหา(เพราะเห็นจากบนรถได้) บางครั้งก็ต้องลงไปหา เพราะแมร่งซ่อนซะลึกเชีย(ส่วนใหญ่เป็นแบบนี้) มีอยู่จุดนึงต้องลงไปหาแถวๆสถูปหลายๆอัน แอบน่ากลัวเล็กๆแฮะ(แล้วสุดท้ายเราก็หาไม่เจออีกตะหาก)

.......สุดท้ายเราก็มาถึงเส้นชัย ณ โรงแรม เฟลิกซ์ ริเวอร์แคว รีสอร์ต ที่ๆเราจะพักกันคืนนี้ เวลาบ่ายโมงกว่าๆ(แอบเป็นกลุ่มแรกๆนะเนี่ย...โฮ่ๆๆๆ)......แข่งจบแล้วไปทำ'ไรต่อล่ะ ก็หนีไปเที่ยวอ่ะเด่ะ

.......ที่แรก ใกล้ๆโรงแรม(จนถึงขั้นติด)......สะพานข้ามแม่น้ำแคว

มาดูประวัติกันนิดนึง.........

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นส่วนนึงของทางรถไฟสายมรณะ สร้างในสมัยสงครามโลกครั้งที่2 เริ่มจากสถานีหนองปลาดุก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ผ่านสถานีต่างๆในจ.กาญจนบุรี ใช้ลำเลียงยุทธปัจจัยและกำลังทหาร เส้นทางจะเลียบไปตามน.แควน้อย และเนื่องจากความทารุณโหดร้านในการสร้าง ไม่ว่าจะเป็นไข้ป่า ความอดอยาก ฯลฯ ทำให้เชลยศึกและกรรมกรต่างชาติจำนวนมากที่สร้างทางรถไฟ บาดเจ็บล้มตายมากมาย จนมีคนเปรียบเทียบกันว่า "หนึ่งไม้หมอนหนึ่งชีวิต" คาดว่า ใช้แรงงานเชลยศึกทั้งไทยและเทศสร้างไม่น้อยกว่า2แสนคน และตายไปกว่า 4หมื่นคน สาเหตุที่ชาวญี่ปุ่นสร้างสะพานบริเวณนี้ เพราะเป็นบริเวณที่ฐานดินด้านล่างแน่นที่สุด.......และในประมาณปลายเดือนพ.ย.-ต้นเดือนธ.ค.ของทุกปี จะมีการจัดโชว์แสง สี เสียง จำลองเหตุการณ์สมัยสงครามโลกเพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิต เป็นช่วงที่น่าไปที่สุด(ถ้าอยากไปดูนะ.....)

เพื่อนเราที่เค้าเคยไปทัวร์มาก่อนบอกว่า จริงๆแล้ว เส้นทางรถไฟที่เราเห็นอยู่นี่ไม่ใช่ทางที่ถูกจริงๆ แต่เพราะคนอ่านเส้นทางอ่านเส้นทางผิดไป ซึ่งจริงแล้วต้องตัดผ่านเขาชนไก่ แต่ดันไปอ่านผิดเป็นเขาช่องไก่(หรือสลับกันก็ไม่รู้...ใครมีข้อมูลช่วยที่จ้า)ซึ่งมันมีความชันแล้วก็อันตรายมากกว่า ทำให้มีคนล้มตายเยอะ

ด้านหน้าสะพานมีรูปปั้นลูกระเบิดตั้งอยู่ด้วย

วิวจากบนสะพานจ้า

.......

ที่ต่อไป "สุสานดอนรัก"

สุสานดอนรัก เป็นหนึ่งในสุสานที่ฝ่ายสัมพันธมิตรสร้างขึ้นเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้ที่เสียชีวิตในระหว่างสงครามโลกครั้งที่2 เป็นสุสานขนาดใหญ่ บรรจุศพทหารเชลยศึกที่เสียชีวิตระหว่างการสร้างทางรถไฟถึง 6982 หลุม โดยเชลยศึก 300 คน เสียชีวิตด้วยอหิวาตกโรค ส่วนที่เหลือได้จากหลุมฝังเชลยศึกตามค่ายต่างๆ นอกจากสุสานดอนรักแล้ว ในไทยยังมีสุสานอีกที่หนึ่งคือ สุสานช่องไก่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆกัน

เพื่อนเรา(อีกแล้ว) บอกว่าส่วนใหญ่ที่ฝังลงไปเป็นพวกเครื่องราชอิศริยยศหรือไม่ก็ตราต่างๆทั้งนั่น ส่วนศพจริงๆ หาไม่ค่อยเจอ เค้าก็เลยเอาพวกตราที่พบมาฝังแทนไง

ตอนทีเราไป เราเจอหลุมศพนึงมีคนวางดอกป๊อบปี้กะจดหมายเอาไว้(คงป็นญาติๆเค้านั่นแหละ) ดูแล้วรู้ศึกเศร้าพิกลๆแฮะ.......เกียดสงครามจิงๆเด่ะ ให้ตายสิ

สถานที่สุดท้ายของวันนี้ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

เมืองสิงห์ เป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่มาก ที่เกิดขึ้นภายใต้อิทธิพลของอารยธรรมขอม ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อใด ลักษณะโบราณสถานเป็นศิลปกรรมแบบขอมสมัยบายน(แบบนครธมอ่ะจ้า) ผสมผสานกับศิลปะทวารวดีโดยฝีมือช่างพื้นเมือง จึงหยาบกว่าที่ปราสาทนครธมมาก และเนื่องจากภายในกว้างขวางมาก จึงควรมีเวลาสำหรับชมอย่างน้อย 2 ชม. หรืออาจจะใช้รถขับไปตามจุดต่างๆก็ได้........กล่าวกันว่า ที่เมืองนี้เรียกว่าเมืองสิงห์ ก็เพราะว่า หน้าปากทางเข้าเมือง มีรูปปั้นรูปสิงโตตั้งอยู่ ชาวบ้านจึงขนานนามกันว่าปราสาทเมืองสิงห์ ไม่ใช่เมืองกาญจน์

ตัวปราสาทในความรู้สึกเราค่อนข้างหยาบๆ หินแต่ละก้อนที่นำมาสร้างไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด(ต่างจากที่อยุธยาที่เหมือนตัดหินมากอนแล้วค่อยเอามาสร้าง) มันก็สวยไปอีกแบบนะ

ที่นี่เราเที่ยวได้ไม่หมดเพราะว่าตอนนี้ 5โมงกว่าแล้ว เวลาเหลือน้อยแล้ว เพราะต้องกลับให้ทันปาร์ตี้ประกาศผลที่โรงแรม

......................

ทัวร์วันนี้จบลงเพียงเท่านี้......แล้วเราก็กลับมาโรงแรม รอเวลาปาร์ตี้เริ่มตอน6โมงกว่าๆ(แต่ก็ลงไปงานเอาเกือบทุ่ม)

หลังจากเริ่มงานได้ไม่นานเราก็กินๆๆๆ(ของฟรีนี่หว่า)......งานเป็นกันเองอย่างแรง แต่ละคนใส่ชุดกันปามาณว่า เสื้อยืด กางเกงขาสั้น กางเกงนอน(แล้วก็ใส่ชุดนั่นแหละไปกินบุฟเฟ่ท์ เหอๆ) .......จนกระทั่งเกือบ3ทุ่มครึ่ง ม.6เริ่มเหิมเกริม รีเควสครูลุกขึ้นไปเต้นบนเวทีอย่างสนุกสนาน ถึงจะไม่ได้ขึ้นทุกคนก็เหอะนะ

เย้วๆ.......เผาๆ .......โปรดสังเกตรูปนี้ ม.6กะลังอินกับเพลงซ่า....สั่นๆ(เสี่ยวๆแบบนี้ ม.6ชอบบบ) หลังจากที่เหิมเกริมมาได้ซักพัก ถึงแม้ว่าคนขึ้นเวทีจะมีแค่นี้ แต่ขอโทษ......ที่เกาะอยู่ขอบเวทีน่ะ ม.6เกาะจนล้นแหล่ว......กรี๊ดดดเสียงแหบเสียงแห้งอย่างแรง ใครเป็นใครในรูปไปดูกันเอาเองเน้อ อ้อ......เสื้อสีเขียวทางซ้ายนั่นน่ะ ดัง(ไปทางน่ากลัว)ไปถึงธรรมศาสตร์เชียวนะนั่น..........โปรดสังเกตครูเสื้อชมพูทางซ้ายมือ ทำหน้าประมาณว่า อีนี่มันเด็กราชินีแน่เหรอ เคระๆ

งานนี้เราไม่ได้รางวัลจากแข่งแรลลี่เยยง่ะ (แต่อย่างน้อยก็ได้ติด1ใน10ล่ะวะ....ที่1ได้-60กว่า ทีมเราได้ -82.2กว่าๆ เคระๆ).........แต่เราก็จับฉลากได้พระพุทธรูปมาละกัน ส่วนทีมพันธมิตรเราได้หม้อตักบาตร......เหอๆ ธัมมะธัมโมอย่างงแรงงง(ก๊ากกกก)

งานเลิกประมาณ เกือบๆ5ทุ่ม..........แต่เราก็ยังไม่นอน แอบแวบไปห้องเพื่อนไปดูห้องสูทสุดหรู (ข้างในมีห้องรับแขก ห้องครัว ห้องนอนแยก แถมห้องน้ำมี2ห้องใหญ่ๆอีกตะหาก ในขณะที่ห้องสวีทของเรามีแค่เตียงนอน กะห้องแคบๆ).............แล้วก็กลับมาตายรังที่ห้องตัวเอง......ตอนนี้ที่ห้องมีผู้มาสิงเพิ่ม เพราะมันมาเล่นไพ่ เกมส์เศรษฐี ดูคอนเสิร์ท และอบายมุขต่างๆนาๆ ซึ่งเพื่อนๆลงความเห็นว่าห้องเรามีเยอะมวากกกกก.......สภาพแต่ละคนที่กำลังเล่นไพ่ เหมือนพวกหนีผัวมาเล่นไพ่ไงม่ายรุแฮะ (แนวๆ หัวกระเซิงๆ ใส่ชุดนอน พูดเสียงดังๆ......)...............วันนี้สุดท้ายเราก็นอนกันเกือบตี2

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2548

ตื่นตอนตี5กว่า ออกมาดูวิวโรงแรมกัน พอ 7 โมงกว่า ก็ลงไปกินข้าว....มาเห็นโรงแรมชัดๆอีกที โห.....โคดจะงามๆๆๆ ไปดูกัน

ทางเข้าลอบบี้จ้า

นี่ก็ส่วนที่เราพักกัน

ชอบรูปนี้มากมาย ดูแล้วแอบเหมือนมืออาชีพถ่าย(ตรงไหนวะ)

อันนี้ภายในห้องจ้า(พร้อมตัวประหลาดอีก1ตัว)

อันนี้เพื่อนๆบอกว่ามันดูอบอุ่นดี

กร๊าซซซซ.........ตกลงเรามาพาเที่ยวรึมาโฆษณารีสอร์ตให้เค้าฟระเนี่ย.....รูปรีสอร์ตเยอะกว่ารูปไปเที่ยวอีก 555

มาๆ ต่อๆ.......

ไฮไลต์ของการไปเที่ยวครั้งนี้........

"นั่งรถไฟชมเส้นทางยุทธศาสตร์"

เป็นการนั่งรถไฟไปตามทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งเราจะสามารถดูสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่างๆได้หลายที่ และยังไปเที่ยวพวกน้ำตกหรือถ้ำได้ด้วย ซึ่งสามารถลงสถานีสำคัญๆได้....แต่คนที่ต้องการจะไปเที่ยวโดยรถไฟ อาจต้องมีเวลามาก และยังใช้เวลานานในการนั่งรถไฟด้วย......แต่ก็สวยมากๆเรยนา......เรานั่งไปได้ไม่ไกลเพราะเวลามีน้อย เลยไปได้แค่ถึงสถานีถ้ำกระแซเท่านั้น.........ส่วนประวัติทางรถไฟ ดูได้ข้างบนจ้า....

ภาพจากข้างทางรถไฟจ้า....รูปนี้ไม่มีอะไร แต่เห็นเพื่อนบอกว่ามันไม่เหมือนทุ่งหญ้าในเมืองไทย เลยเอามาให้ดูกัน.....เราว่าก็ไม่เห็นมีอะไรประหลาดนี่หว่า

ส่วนรูปนี้เหมือนภาพเขียนสีน้ำ(ตกลงตรูกำลังถ่ายภาพป่าวหว่า)

อันนี้เป็นแม่น้ำแควอันสวยงาม

................

เวลาผ่านไปชม.กว่า เราก็มาถึงสถานีรถไฟถ้ำกระแซ

นี่ไง

อันนี้มีรถไฟวิ่งผ่านมา สวยๆก็ถ่ายซ้า

มาพูดถึงทางโค้งมรณะกันนิดนึง.....ทางโค้งมรณะก็เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ โดยบริเวณทางโค้งมรณะจะมีความยาวทั้งหมดประมาณ400เมตร ด้านนึงติดเขาหินปูน ส่วนอีกข้างนึงเป็นหน้าผาสูงชัน ข้างล่างเป็นแม่น้ำแควไหลเชี่ยวกราด ตอนสร้าง ต้องระเบิดเขาเพื่อสร้าง และตอนเพิ่งสร้างจะมีไม้ค้ำสำหรับสร้าง ก่อนที่จะมาเป็นเหล็กอย่างที่เห็นตอนนี้ ปัจจุบันโครงไม้เหล่านั้นถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์.....และทางบริเวณนี้อันตรายมาก เนื่องจากเป็นเขาสูงชัน ทำให้คนล้มตายเยอะ......แต่ก็สวยอยู่ดีล่ะนะ

เอาอีกซักรูป

ส่วนนี่ คือภายในถ้ำกระแซ ภายในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ เราสามารถเข้าไปกราบไหว้ได้ ส่วนถ้ำภายในไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ

ก่อนกลับ ใกล้ๆกับสถานี มีหมู่บ้านเล็กๆขายของที่ระลึก(ราคาแอบแพง) สามารถไปซื้อหากันได้นะกั๊บ......ก่อนกลับเราก็ซื้อโปสการ์ดมาเขียนเล่นกันอย่างสนุกสนาน

ต่างคนต่างมุมต่างอาการ บนรถไฟ

5โมงกว่าแร้ว ได้เวลาเดินทางปิ๊กบ้าน ก่อนกลับเราก็แวะดอยคำ(เข้าไปแล้วไฟดับเฉย....หมายความว่าไงฟระ) กินข้าวที่วุ้นเส้นเจ้าเก่าเมื่อวาน ดร๊วบบบบกันอย่างเมามัน

ไปเที่ยวครั้งนี้ใช้ตังค์ไปไม่ถึง2000บาท แต่แบบว่าไม่ค่อยมีเวลาอย่างแรง ยังเหลือที่ๆอยากไปอีกเพียบ ที่เด่นๆที่อยากไปแต่ยังไม่ได้ไปก็มี

-น้ำตกไทรโยค

-เขื่อนศรีนครินทร์

-อำเภอสังขละบุรี

-ถ้ำอีกมากมาย

อุ๊ยยยยส์........เกือบลืม เรื่องนี้ไม่เล่าไม่ด๊ายยยยยย

คือว่ามีเพื่อนเราเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนวันเสาร์ มันจะไปเอาของ(อบายมุขน่ะ)ที่ห้องเพื่อนคนนึง พอมันไปถึง มันก็เคาะๆๆๆๆ แต่ก็ไม่มีคนมาเปิด มันก็เลยเอาหูแนบกับประตูห้อง ก็เห็นว่ามีเสียงดังเหมือนคนเล่นกันอยู่ มันก็แอบด่าในใจว่าเล่นกันเพลินยังไงไม่สนใจคนมาเคาะประตู.......ก็เลยโทรเข้ามือถือกะจะด่า แต่......พอโทรไปปรากฎว่า ไอ้เพื่อนๆที่พักอยู่ห้องนี้ทั้งหมด ยังอยู่ในงานเลี้ยงกันอยู่เลย......ถ้างั้นเสียงในห้องคือ..?!?!?!?!.........(ห้องนั้นเป็นห้องริมสุด ไม่มีห้องข้างๆนะจ๊ะ)......

แต่โดยรวมเป็นทริปที่สนุกมากมายจ้า....(สนุกที่ได้ไปกะเพื่อนๆ).......ก่อนไป แถมรูปสุดท้าย

เอ้า!!!!!!! ชีสสสสสสส......

แชะ.....เราคนล่างสุดจ้า(เผื่อใครอยากเห็นตัวประหลาด)............แอบขำคุณป่ะปี๊เพื่อนด้านบน มีแอบชู2นิ้วด้วย

รูปทุกรูปถ่ายเอง....ถ้าไม่สวยไม่ถูกใจใคร ก้อขอโทดนะก๊าบบบบ แบบว่าพึ่งหัดถ่ายรูป

-----------------------------------------------------------------------

SPECIAL THANKS

คุณป่ะปี๊หม่ะมี้ผู้อุปการะคุณค่าเดินทางให้

คุณป่ะปี๊เพื่อนๆที่ช่วยขับรถพาเราไปเที่ยว

คุณเพื่อนทั้งหลายทั้งที่เป็นAM และไม่ใช่ ที่ทำให้เรามีวันดีๆเก็บไว้เป็นความทรงจำก่อนจบม.6

คุณครูทั้งหลายที่ลำบากจัดงานนี้ขึ้นมา

ขอบคุณที่มาของข้อมูล.......หนังสือนำเที่ยวกาญจนบุรีของสารคดีด้วยจ้า

ขอบคุณจริงๆจ้า

รูปอื่นๆและบันทึกงานยังมีให้อ่านในหนังสือรถฉบับนึง(ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าอะไร)......เห็นเจ้าหน้าที่เค้าบอกมานะ

วันนี้ บั๊บบายยยยย

เจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการเน้อ

Comment

Comment:

Tweet


สวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆbig smile open-mounthed smile surprised smile double wink cry
#8 by (125.24.220.223) At 2007-11-30 15:18,
#7 by อ้อม (125.24.220.223) At 2007-11-30 15:17,
Hello.Thanks so much.
#6 by Kamagra (195.188.16.14) At 2006-11-03 05:07,
Very informative and very easy to navigate. I plan to return again. Thank you, excellent work.
#5 by Verry nice! (83.18.15.172 /127.0.0.1) At 2006-09-28 01:14,
Thanks so very much for taking your time to create this very useful and informative site. I have learned a lot from your site. Thanks!!
#4 by Honda Miami (87.248.183.183) At 2006-08-30 23:38,
Meaning science is the study of how chemical substances!
#3 by buy tramadol (72.36.223.73) At 2006-04-11 03:19,
อยากไปแรลลี่มั่งอ่ะ น่าหนุกก ......แต่ปกติไปทะเลไม่ใช่รึ

ไหงปีนี้ไปเที่ยวบนบก 555+ แต่น่าหนุกอยู๋ดีนั่นแหละ
#2 by ||--ShiNmAi--|| At 2005-09-28 19:58,
ดีจังน้า ได้ไปเที่ยวด้วย ไว้ว่างๆ จะส่งซากแม่บ้านไปให้เล่น เอาไหมเอ่ย
#1 by naj-chan At 2005-09-28 11:02,