2005/Aug/26

วันที่ 25 สิงหาคม 2548 11.00น.
วันเวลาที่พวกเรา.....สายเลือดราชินีจะต้องจดจำมันไปตลอดชีวิต
วันที่ตึก"สุนันทาลัย"ของพวกเรา กลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือไว้เพียงแต่ชื่อ กับความทรงจำที่เรามีกับมัน........
ที่ๆเราเคยไปซ้อมดนตรีไทย
ที่ๆเราเคยเรียนมารยาทมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย
ที่ๆพวกเราใช้นั่งทานอาหาร
ที่ๆพวกเราเคารพนับถือ
ที่ๆพวกเราสามารถเชิดหน้าชูตาได้ ว่ามีของดีไม่แพ้โรงเรียนอื่นๆ
ที่ๆอยู่คู่ราชินีมาตั้งแต่ก่อตั้ง
และเป็นที่ๆ.......เป็นความทรงจำของพวกเรา ยามที่ชาวพิกุลแก้วแต่ละรุ่นก้าวเดินไปจากโรงเรียนนี้
........................................
แต่บัดนี้ มันเหลือเพียงแค่ชื่อ
.....................
.......................
เวลา 11.00 น.
ขณะที่เรากำลังนั่งเรียนฟิสิกส์อยู่ จู่ๆไฟก็ดับโดยที่ไม่มีเสียงเตือนใดๆทั้งสิ้น
พวกเราม.6/1ยังคงคิดว่ามันเป็นเพียงไฟดับ หรือไม่ก็เป็นการซ้อมหนีไฟธรรมดาที่เราเคยซ้อมกัน จึงไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก 
เรายังคงคุยเล่นกันอยู่ว่า "เดี๋ยวจุดเทียนนั่งเรียนต่อต่อดีกว่า ขี้เกียจลง"
แต่เหตุการณ์ก็ไม่เป็นเช่นนั้น สักพัก เราเริ่มได้ยินเสียงน้องๆที่ห้องอยู่ติดกันโวยวาย เกิดความโกลาหลไปหมด..........แต่เราก็ยังเข้าใจว่ามันเป็นการซ้อมหนีไฟธรรมดา
แล้วหัวหน้าห้องของเราก็ออกไปดู........เราเห็นควันดำสนิทพุ่งออกมาจากบริเวณตึกสุนันทาลัย เราจึงรีบเก็บของมีค่าแล้วรีบวิ่งลงไปยังสนามเนตบอลใกล้ๆกัน
สิ่งที่ผ่านเข้ามาในสายตาเรานั้น แทบไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นความจริง 
เด็กๆทั้งโรงเรียนมารวมกันอยู่ที่สนามเนต วุ่นวายไปหมด เด็กอนุบาลส่วนใหญ่ร้องไห้ เด็กประถมกลัว ตกใจ ส่วนพวกพี่ๆโตๆที่มีน้องซึ่งยังหากันไม่เจอกำลังร้องไห้เป็นกังวลว่าน้องของตัวเองจะปลอดภัยไหม ในขณะที่ควันดำยังคงพวยพุ่งขึ้นมาอย่างไม่ลดละ........พวกเราซึ่งอยู่ในบริเวณสนามซึ่งถูกบดบังไปด้วยตึก ยังคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดที่ไหน เกิดได้ยังไง
มีคนบอกมาว่าเห็นไฟสีแดงๆลุกท่วมขึ้นมาถึงยอดตึกสุนันทาลัย ทั้งๆที่มันมีความสูงเกือบ3ชั้น
นาทีนั้น เราถึงรู้ได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นความจริง
....................
11.10น.
ครูเริ่มแจ้งว่าให้อพยพนักเรียนออกไปนอกโรงเรียนให้เร็วที่สุด มันทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้น มันคงร้ายแรงกว่าที่เราคิดนัก
ขนาดพวกเราซึ่งเป็นพี่โตสุดในโรงเรียนยังกลัวและตกใจขนาดนี้ เด็กๆทั้งอนุบาลและประถมจะกลัวขนาดไหน เพราะบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้มันไกล้กับพวกเขาเหลือเกิน ตึกที่ไหม้มันอยู่ติดกับตึกที่พวกเขาเรียนอยู่ ซ้ำยังเป็นเวลาทานอาหารของพวกเขาอีก.......ต่างกับพวกเราที่อยู่ไกลจากตึกนี้ออกไป
...................
แต่ถึงพวกเราจะกลัวยังไง เราก็ร้องออกมาไม่ได้ เพราะรู้ว่าหากเราแสดงความอ่อนแอออกไป เด็กๆจะเสียกำลังใจ และกลัวมากยิ่งขึ้น
เด็กๆเริ่มทยอยกันออกนอกโรงเรียนอย่างทุลักทุเล........ถึงแม้มันจะลำบากแค่ไหน แต่ภาพที่เราเห็นกับสิ่งที่เรารู้สึกมันแทบจะบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้
พวกเราม.ปลายทุกคนสำนึกหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี ถึงแม้จะกลัว หรือแม้ว่าเราจะสามารถหนีออกไปได้ก่อนน้องๆที่ตัวเล็กกว่า เบียดคนได้ยากกว่า 
แต่ทุกคนไม่ทำ
ทุกคนหันหลังกลับ ช่วยน้องๆคนละไม้คนละมือ เปิดทางให้เด็กๆไปก่อน ทุกคนอุ้มเด็กๆที่กลัวอยู่กันคนละมือ ส่วนมืออีกข้างก็จูงเด็กๆที่พอจะเดินได้อีกคนละกลุ่ม ทั้งๆที่ข้างหลังของตัวเองก็แบกสัมภาระของตัวเอง ที่แสนจะหนัก อยู่มากพอแล้ว.......ทั้งๆที่มันอาจเป็นเหตุการณ์ที่อาจมีอันตรายถึงชีวิต หากไฟยังคงลามมาถึงเรื่อยๆ
หลังจากที่เด็กเล็กๆออกจากโรงเรียนหมดแล้ว เราจึงค่อยๆทยอยกันออกไป บ้างก็ไปที่ตั้งตรงจิต บ้างก็ไปที่โรงเรียนราชบพิธ
แต่ถึงจะหนีออกมาได้ หน้าที่ของเราก็ยังไม่สิ้นสุด
พวกเรายังคงช่วยครูและเจ้าหน้าที่จัดระเบียบเด็กๆให้แบ่งเป็นชั้นๆเป็นห้องๆ เพื่อตรวจเช็คว่าใครหายไปบ้าง .........และที่สำคัญ
เพื่อส่งเด็กๆไปถึงมือพ่อแม่ให้เร็วที่สุด
.....................
13.00 น. 
ครูแจ้งว่าไฟสงบเรียบร้อย สามารถกลับไปที่โรงเรียนได้แล้ว เราอยากจะกลับไปเหลือเกิน แต่ก็ต้องรอให้เด็กๆกลับไปก่อนอยู่ดี
ก่อนกลับ เรามีโอกาสได้เจอเด็กอนุบาลที่เราอุ้มมาอีกครั้ง ในตอนช่วงเกิดเหตุการณ์ เด็กคนนี้กลัวมาก แต่ตอนนี้ เขาอยู่ในอ้อมอกพ่อแม่ของเขา หลับสนิทจากความอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า..........ไม่รู้ทำไม เราถึงดีใจอย่างบอกไม่ถูก
..................
หลังจากเรากลับเข้ามาสู่รั้วราชินีของเราแล้ว เรารีบวิ่งไปดูสภาพตึกสำคัญของเรา ถึงเราจะมองได้แค่จากไกลๆ เพราะเขากั้นเอาไว้ แต่ภาพเพียงน้อยนิดนั้น ทำให้ความรู้สึกของเรามันจุกขึ้นมาถึงที่คอ 
ตึกสุนันทาลัยที่เราเห็น โดมที่พึ่งจะสร้างเสร็จ ดำเป็นตอตะโก เหลือเพียงโครงสร้าง หลังคาโดนไฟเผาจนเกือบหมด ตึกเอียงไปด้านข้าง
ภาพที่เห็นมันเกินคำบรรยายจริงๆ
วันรุ่งขึ้น เราอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ เนื้อความที่เราอ่านแล้วพูดไม่ออกจริงๆ คือ "สภาพตึกเสียหายมาก มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจต้องรื้อทิ้งทั้งหลัง"
ทั้งๆที่เมื่อต้นปี เรายังคุยกับเพื่อนๆอยู่ว่า ถ้าปรับปรุงตึกสุนันทาลัยเสร็จทันก่อนเราจบออกไป เราจะไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นความทรงจำก่อนจะออกจากที่นี่
แต่ถึงเราจะเสียใจแค่ไหน ผู้ที่เสียใจกว่าคือคณะครูทุกคน......ท่านเสียสละกว่าพวกเรา เหนื่อยกว่าพวกเราเสียอีก บางท่านก็อยู่มานานกว่าเราที่อยู่มานานถึง14ปี
........................
สิ่งที่เราได้จากเหตุการณ์นี้ มันมีมากกว่าความเสียหายทั้งตัวตึก และสภาพจิตใจของเด็กนักเรียนและครู...............เรายังได้รู้ว่าเลือดราชินีมันเข้มข้นขนาดไหน เราได้เห็นความมีน้ำใจ ความกล้าหาญของเพื่อนๆน้องๆ ที่ห่วงความปลอดภัยของน้องๆตัวเล็กๆก่อน ก่อนจะห่วงชีวิตของตัวเอง
สิ่งที่ได้มากับสิ่งที่สียไป ถึงจะไม่คุ้มกันแต่มันก็ยังดีกว่าที่เราจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย
แต่สิ่งสำคัญที่เราได้มาแลกกับความเสียหายของตึกสุนันทาลัยที่เรารักคือ ความรู้สึกที่ว่า
"เรารักโรงเรียน" 
รักมากกว่าที่เราเคยคิดเสียอีก
ขอบคุณเพื่อน น้องๆทุกคน และขอขอบคุณคุณครูผู้เสียสละ 
ขอบคุณโรงเรียนตั้งตรงจิต และโรงเรียนราชบพิธ ทั้งครูและนักเรียนที่ทำให้เราเห็น "น้ำใจ" ที่ประเมิณค่าไม่ได้
RJ 101
-+++++-----------------------------------------------------------------+++++
ภาพตึกสุนันทาลัยในสภาพสวยงาม
ภายในก็ยังสวย
นี่โถงกลาง สวยมากใช่มั้ยล่ะ
แต่..........
ตอนนี้เหลืออยู่แค่นี้
ขออย่าให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้อีกเลย
PS............ถึงจะเขียนยาวไปหน่อย แต่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกนะจ๊า............คงเพราะเราได้จะอยู่ที่นี่เป็นปีสุดท้ายแต่มาเกิดเรื่องแบบนี้เข้า มันเลยรู้สึกเฟลๆมั้ง
PS...........จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ว่าว่าเวบนี้เด็กราชินีเยอะมวากกกกกก
PS สุดท้าย.................แง่ง สงสัยจะไม่ได้ไปงานวิบูลย์กิจแหงมๆเรยตรู ติดสอบตรงนิติมธ

Comment

Comment:

Tweet


ปัจจุบันด้านหน้าเป็นสนามบาสที่เด็กประถมมาวิ่งเล่นตอนเช้าค่ะ กระโดเชือกกับฮูลาฮูปค่ะ open-mounthed smile
#39 by Parima (115.67.164.192) At 2013-07-14 15:19,
ตอนนี้บูรณะสวยขึ้นแล้วค่ะ แต่ครูบอกว่าตึกเก่าสวยกว่า Rj115ค่ะ
#38 by Parima (115.67.164.192) At 2013-07-14 15:13,
อยากรู้เหตุการณ์นี้มากค่ะ อยู่ร.ร.ราชินีปีนี้ป.6ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ทำให้รู้ถึงเหตุการ์ณนี้
#37 by Parima (115.67.164.192) At 2013-07-14 15:08,
แต่ตอนนี้โรงเรียนเปลี่ยนไปที่ละนิดเพราะได้บูรณะพื้นที่โดย สร้างอาคารสุทธสิริโสภา สนามบาส และ ทาสีอาคารต่างๆbig smile
#36 by เอื้อ (115.87.176.165) At 2010-12-03 16:49,
ก่ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเรียนอิอิอิbig smile
#35 by (203.150.245.181) At 2010-03-17 18:17,
(ต่อ)ตอนนี้คนน่ารักอยู่ ป.6 เเล้วนะ
ชอบตึกใหม่มาก ขอบคุณค่ะ
big smile open-mounthed smile question surprised smile double wink
#34 by ปันปันคนน่ารัก (61.90.100.118) At 2010-01-27 21:14,
ตอนนั้นอยู่ ป.2 ทำไรไม่ถูกเลยกำลัง งงๆกับเพื่อนอยู่
(เพื่อนบางคนยังนั่งทานข้าวอยู่เลย)เเต่ก็ตั้งสติวิ่งตามพวกคุณครูเเละเพื่อนๆไป ไปอยู่ที่โรงเรียนราชบพิธ
ตอนนี้ตึกใหม่สวยสุดๆ ทาสีสวยมาก
ปล.เหตุการณ์ในครั้งนั้นเปนครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆ
ปล.โรงเรียนเราเปนโรงเรียนเเรกของ กทม.เลยที่ไฟไหม้อ่ะsad smile wink
#33 by ปันปันคนน่ารัก (61.90.100.118) At 2010-01-27 21:12,
ตอนนั้นอยู่ป.2/2ค่า ตอนนี้ป.6แล้ว ตอนนี้
ตึกสวยมากเลยค่ะ พวกหนูไปนั่งเล่นดนตรีไทยอย่างเดิมแล้ว แต่ตอนี้ กำลังสร้างตึกมัธยมค่ะ เค้าบอกว่า
พอออกมาจาสวยยังกะโรงแรมอ่าค่ะ ตอนน้านก้อ
ขอบคุนพี่ๆราชบพิตนะคะ
#32 by น้องหัวหน้าห้อง (125.24.145.202) At 2009-09-27 14:03,
(ต่อ) แถมวันนั้นเป็นวันรับเหรียญยุวด้วย

เศร้ามากมาย T^T ...วันแรกที่เราแต่งชุดยุว...
#31 by ..... (61.90.70.14) At 2009-06-07 16:37,
เม้นช้าไป 4 ปี =w=

ตอนนั้นอยู่ 3/1 ห้องก็ใกล้เหมือนกัน....
#30 by ..... (61.90.70.14) At 2009-06-07 16:36,
ตอนนั้นหนูอยู่ อ.3 เองsad smile ตอนนั้นครูให้ไปอยู่ที่สนามหญ้าเห็นไปลุก กับควันดำปิ๊ดปี๋เลยย.
#29 by เด็กราชินีเก่า (58.9.179.88) At 2008-12-23 20:14,
ฉันเด็กราชินีbig smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink cry
#28 by พดเ (221.128.87