2005/Jun/19

ปาเจราจริยา โหนฺติ คุณุตฺตรานุสาสกา

.................

สำหรับคำไหว้ครูบทนี้ ไม่ว่าใครก็ตาม หากเกิดในแผ่นดินไทยคงต้องได้ท่องหรือเคยท่องกันแน่ๆใช่มะ

นั่นก็เพราะคนไทยเป็นคนที่รู้จักบุญคุณคน รู้ว่าเราควรต้องเคารพใคร ควรต้องให้ความสำคัญกับอะไร และถูกฝึกมาให้รู้กาลเทศะ รู้จักความกตัญญูกตเวที

นั่นคือที่มาของการไหว้ครู ซึ่งเราสามารถพูดได้เต็มปากว่า คงจะมีที่ประเทศไทยที่เดียวเท่านั้นที่มีพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้......พิธีที่พวกเราเตรียมไว้ให้ครู แม่คนที่2ของพวกเรา.......น่าภูมิใจใช่มั้ย

แต่สมัยนี้มันเปลี่ยนไป พิธีไหว้ครู เป็นเพียงประเพณีที่เด็กนักเรียนถูกบังคับให้ทำเป็นประจำทุกปี.....มันกลายเป็นพิธีที่ครูจัดขึ้นโดยให้นักเรียนเป็นผู้กระทำหรือเป็นผู้ท่องบทไหว้ครูเท่านั้น แม้ว่าคำกล่าวไหว้ครูนี้จะยังคงมีให้เราได้ยินกันอยู่เรื่อยๆ แต่............ความจริงใจที่จะไหว้ครู คำกล่าวบทอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ผู้เป็นนักเรียนไม่ได้ท่องด้วยใจอีกต่อไป หากแต่ว่า

"ท่องเพราะครูให้ท่อง........เพราะมันคือพิธีไหว้ครู.....รีบๆท่องให้มันจบๆไปซะ"

.......................................................

สำหรับโรงเรียนของเรา ก่อนถึงพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ยาวนาน3ชม.เศษนี้ ครูมักจะพร่ำบอกพวกเรา(แกมขู่เล็กๆ)ว่า ถ้าใครต้องท่องบทนี้เพราะครูบังคับท่อง ไม่ได้ท่องเพื่อไหว้ครูด้วยใจจริง ก็อย่ามาซะเลยดีกว่า ถ้าไม่เคารพครู ครูก็ไม่ต้องการสิ่งที่พวกเธอท่องออกมาแบบไร้จิตใจ

.................

นั่น....คือคำที่เราได้ยินมาตลอด14ปีที่อยู่ในโรงเรียนแห่งนี้มา แต่เราก็ไม่ได้สนใจคำพูดเหล่านั้นแม้แต่น้อย

เรายอมรับว่าเราเคยคิดว่าพิธีไหว้ครู บางครั้งก็น่าเบื่อ หลับระหว่างพิธีก็ออกบ่อย ซื้อพวงมาลัยไหว้ครูก็ทุกปี แต่ก็ทำไปเพราะมันเป็นหน้าที่

มาวันนี้............ปีสุดท้ายของเรา ปีที่เราจะได้ไหว้ครูที่โรงเรียนนี้เป็นครั้งสุดท้ายในฐานะที่เป็นนักเรียน.........ความรู้สึกของเรามันเปลี่ยนไป เราท่องบทไหว้ครูด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม ความตั้งใจ ความจริงใจ.............สิ่งที่เราทำในครั้งนี้มันต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง เราไม่หลับ เราตั้งใจไหว้ เราตั้งใจฟังทุกอย่างที่ครูพูด เราซื้อพวงมาลัยมาไหว้ครูด้วยความรักที่บริสุทธิ์ ไม่ใช่ด้วยหน้าที่อีกต่อไป

ในขณะนี้เรามองมายังรุ่นน้องๆ เค้าก็เหมือนกับเราในสมัยก่อน หลับ........บ่น ทำทุกสิ่งที่เราทำเมื่อยามเป็นเด็ก แต่เรามองรุ่นน้องเหล่านั้นด้วยสายตาตำหนิ แล้วก็คิดไปพลางว่า นั่นคือครูของพวกเรานะ ครูที่พร่ำสอนทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งความรู้ที่จะใช้ประกอบอาชีพ และความรู้ที่จะใช้อยู่ร่วมกับมนุษย์คนอื่น ครูที่พวกเรามักจะทำให้พวกเค้าเสียใจ เหนื่อยใจอยู่เสมอโดยที่เค้าไม่ได้พูดต่อว่าอะไรเราซักคำ นั่นมันต่างกับนิยามที่ว่าครูคือแม่คนที่2ของเราที่ไหนกัน................แล้วทำไม แค่คำกล่าวเพื่อเคารพครูแค่1ครั้งต่อปี แค่นี้ทำไมต้องบ่นด้วย..............เมื่อย้อนกลับมามองที่ตัวเอง พึ่งรู้ว่าที่รุ่นพี่ๆเค้ามองเราอย่างตำหนิ เค้าคิดแบบนี้นี่เอง

เราได้ไปไหว้ครูหัวหน้าแผนกคนนึงซึ่งเค้าเป็นคนตรวจนักเรียนว่าคนไหนผิดระเบียบ เป็นครูที่มีหน้าที่จับผิดนักเรียน พูดง่ายๆว่าไม่ค่อยมีนักเรียนชอบเท่าไร แต่เมื่อเราเข้าไปไหว้ ครูพูดกับเราว่า จริงๆแล้วพวกท่านไม่ได้ต้องการพวงมาลัยหรือของไหว้ครูใดๆทั้งนั้น เพราะครูคือผู้ที่มีหน้าที่พายเรือส่งเด็กๆไปถึงฝั่งโดยไม่คิดค่าจ้าง และสามารถพายเรือเล็กๆลำนั้นด้วยตัวคนเดียวอย่างมีความสุข ถึงแม้ผู้โดยสารจะบ่นจะว่าอย่างไร แต่ครูก็ยังยิ้มรับคำต่อว่านั้นแล้วพายเรือต่อไปอย่างตั้งใจ หากจะมีของอะไรมาให้ พวกท่านก็ขอแค่ความรัก ความจริงใจกับสิ่งที่ครูทำไป ส่วนพวงมาลัยก็เปรียบเหมือนกับเงินที่พวกเราให้เป็นค่าจ้างในการพายเรือ ถ้าไม่ให้ ครูก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่หากเป็นการให้เพราะคิดว่าให้ไปงั้นๆ ก็อย่าให้ดีกว่า มันเหมือนกับเป็นการด่าทางอ้อม มันเจ็บปวดกว่าการนั่งโดยสารเรือของพวกท่านไปโดยไม่พูดไม่จาล้านเท่า............เราฟังแล้วเราจะร้องไห้

มันดูนานถ้าเราจะพูดว่าเหลืออีก1ปีกว่าเราจะจบม.6ไป แต่สำหรับเรามันสั้นมากๆ ทำกิจกรรมไม่กี่ครั้ง เวลาเหล่านั้นก็หมดไปอย่างรวดเร็ว อีกไม่นาน เราก็ต้องลาจากโรงเรียนที่เราใช้เวลาอยู่กับมันมาตลอด14ปี ความรู้สึกเราตอนนี้ เรายังไม่อยากจากสิ่งเหล่านี้ สิ่งที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่อนุบาลไปหรอกนะ จะพูดว่าเรากลัวการเปลี่ยนแปลงก็ได้มั้งนะ ใครจะว่าไงก็ช่าง แต่เราก็ยังคงเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ อยากจะให้1วันยาวนานเท่า365วัน ไม่รู้ทำไม

แต่ตอนนี้ เรารู้แค่ว่า

"หนูรักครูค่ะ"

Song..อยากให้ช่วงเวลาเหล่านี้อยู่กับเราไปนานๆได้ไหม

Artist.......Playground

Thanks For http://www.kapook.com

Comment

Comment:

Tweet


เ่ะั่้ัราีัาsad smile
#10 by รุ้ง (125.27.120.112) At 2010-05-31 09:43,
ใครเป็นผู้แต่งคำไหว้ครู
#9 by โซวอล (118.172.103.156) At 2010-02-11 10:24,
Meaning science is the study of how chemical substances!
#8 by buy tramadol (72.36.223.73) At 2006-04-11 03:29,
ดีจัง ครู รรเรา กลับไปก็ทำเป็นเมิน T3T เค้าสนใจเด็กรุ่นปัจจุบันมากกว่าที่จบไปแล้วอ่ะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
เด๋ววันพฤหัสก็ไปไหว้ครูเหมือนกันจ้า
#7 by plariex At 2005-07-05 13:16,
อยากกลับไปไหว้คุณครูที่โรงเรียนบ้างเหมือนกันนะ ถ้าเจอคุณครูรุ่นเจ๊เปิ้ลล่ะก็ฝากความเคารพไปด้วยเน้อ
#6 by ringo (219.181.104.53) At 2005-06-27 13:02,
เข้าใจได้เหมือนกันนะ เพราะถ้ามองจากสภาพตอนนี้ที่ไม่มีครูมานั่งว่า นั่งด่าเหมือนเมื่อตอนเรียนมันก็เหลืออะไรดีๆ เป็นความทรงจำฝังอยู่เหมือนกัน

แล้วก็ยังจำคำด่าของอ.บางท่านไว้ได้จนถึงตอนนี้เหมือนกันนะ ทั้งๆ ที่มันก็ผ่านไปหลายปีแล้ว นึกๆ แล้วก็ยิ้มได้ล่ะ
#5 by naj-chan At 2005-06-24 21:47,
ดีนะ ที่รู้สึกได้อย่างงี้อ่ะ

ครูที่เค้าเคารพจริงๆอ่ะ สมัยประถม อนุบาลนู่นแน่ะ

ไม่รู้สิ เค้ารู้สึกว่า ครู เดี๋ยวนี้ก็ทำไปเพราะหน้าที่เหมือนกันแหละ
อืม...เป็น entry ที่ดีมากๆเลยนะ พี่อ่านแล้วนึกถึงสมัยก่อนจริงๆ

คิดถึงคุณครูสมัยมัธยม ประถม และอนุบาลมากๆ
ยังไงอาจารย์ที่มหาลัยก็ไม่เหมือนกันอ่ะนะ (บางท่านก็น่าเคารพนับถือมาก บางท่านไม่ ก็ไม่ไปเลยอ่ะ)

ทำวันนี้ให้ดีและคุ้มค่าที่สุดจ่ะ
ไม่ได้เรียน ม.6 แต่ก็เข้าใจนะ
#2 by maninkun At 2005-06-19 00:55,
ทุกวันนี้ผมจบมาจากม.6ได้ไม่ถึง3เดือน
แต่ผมกลับเข้าใจถึงสิ่งที่คุณเขียนได้เป็ฯอย่างดี
ทั้งๆที่เมื่อก่อน ให้ใครพูดแค่ไหนผมก็ไม่ฟัง

ผมก็รักคุณครูทุกคนเช่นกันครับ
#1 by Bixer At 2005-06-19 00:16,