เรามาวัดระดับความเครียด(แบบเด็กจิตวิทยา)กันเถอะ
posted on 23 Sep 2009 22:43 by mikachan
อย่างที่บอกไป ช่วงนี้ใกล้ๆสอบกันแล้ว ท่าทางทุกคนจะเครียด ไม่ก็อยู่ในขั้นไกล้บ้ากันไปทุกที (แต่ไม่ใช่เจ้าของบล็อค เพราะมันชิวตลอดเวลา)
แต่ในสถาวะการณ์เครียดๆแบบนี้ เด็กจิตวิทยาอย่างเราๆก็มีวิธีคลายความเครียดแบบไฮโซๆนะเอ้อ
เมื่อวานเป็นวันฤกษ์งามยามดี(เพราะอาจารย์งดsec เย่!!!!)
เพื่อนๆก็เลยลากเราไปนั่งเล่นของเล่นไฮโซ อุปกรณ์ราคาแพงที่เค้าใช้กันในการเรียนการบริหารความเครียดมา
ไอ้เราก็ไม่ได้ลงเรียนวิชานี้ เข้าไปก็เห็นอุปกรณ์นู่นนี่นั่นวางอยู่เต็มไปหมด ในขณะที่เพื่อนๆนั่งใช้อุปกรณ์กันนิ่งมากกกก แถมดูเครียดๆจนเราคิดว่ามันเรียนบริหารความเครียดหรือเรียนสร้างความเครียดกันแน่วะ ก็เลยนั่งคุ้ยๆมั่วๆเล่นเครื่องเล่นเอาเอง
คุ้ยเขี่ยไปเขี่ยมาเห็นทีท่าว่าจะไม่ได้เรื่อง เพื่อนก็เลยจับนู่นจับนี่แล้วก็ใส่อุปกรณ์ให้เรา และนี่คือการสนทนาที่เกิดขึ้น..................
เจ้าของบล็อค : มึง ใส่แล้วทำไงต่อวะ แล้วมันจะวัดความเครียดกูไงอ่ะ ไม่เห็นมีตัวเลขเลย ใส่หูด้วย มีเพลงเหรอ แล้วกูจะโดนช็อตไฟฟ้ามั้ย แล้วมันจะวัดได้มั้ยว่ากูบ้า บลาๆๆๆๆ
เพื่อน(ฟันใหญ่)หมายเลขหนึ่ง: (หน้าตาดูเหนื่อยหน่ายเพื่อนมันเหลือเกิน).....มึงเงียบๆ ใส่หูฟัง ยัดนิ้วเข้าไปในเครื่อง
เจ้าของบล็อค : โอ๊ยยยยยยย!!!! (อย่าตกใจ แค่ที่หูฟังมันมีเสียงวี๊ดดดังและแหลมมากจนสะดุ้ง)
เพื่อน(ฟันใหญ่)หมายเลขหนึ่ง : เออ หนวกหูใช่มะ นั่นแหละ มึงก็แค่ทำไงก็ได้ให้มันเสียงเงียบลงนั่นแหละ เข้าใจป่ะ(แล้วมันก็เดินกลับไปนั่งเงียบๆต่อ)
.........................................................
.................................
เอาแล้วไง งานเข้าแล้วสิกู เครื่องบ้าไรไม่รู้ เสียงก็ดัง ยิ่งคิดว่าจะทำไงให้เงียบเสียงยิ่งดัง ทำไงวะเนี่ย
๕นาทีผ่านไป..................
เพื่อน(ฟันใหญ่)หมายเลขหนึ่ง : มึงงงง เสียงดังมาถึงนี่ มึงหูแตกตายไปยังวะ
เจ้าของบล็อค : โอ๊ยยย แล้วจะให้มันเงียบไงล่ะวะ ยิ้มก็แล้ว หัวเราะก็แล้ว แถมกูนั่งจนรากงอกจนหูสูญเสียการรับรู้ไปแล้วเนี่ย
เพื่อน(แอ๊บแบ๊ว)หมายเลขสอง : (ดูท่าทางจะทนไม่ไหวที่เจ้าของบล็อคมันส่งเสียงรบกวน)..... เพื่อนคะ เพื่อนก็แค่คิดถึงเรื่องดีๆ สนุกๆ สบายๆหรือจะหันหาพระธรรมนั่งท่องพุทโธๆแบบที่จารย์สอนก็ได้นะ นี่ไง อย่างเราก็นั่งคิดถึงตอนนอนไง.....ส้มก็คิดถึงเรื่องผู้ชายเกาหลีญี่ปุ่นแบบที่มึงชอบก็ได้(อุ๊ย หลุดแบ๊ว ๕๕๕).......
เจ้าของบล็อค : (ฉันก็ไม่ได้บ้าผู้ชายอะไรขนาดนั้นนะยะ) เออๆ เด๋วลองดูๆ
......................................
(บทสนทนาข้างต้น มีบางส่วนที่แต่งเสริมเติมแต่งลงไปให้เกินความจริงเพื่อการบันเทิง ห้ามนำไปใช้ภายนอก เพราะเด๋วคนเค้าจะหาว่าอีนี่มัน"บ้า")
อีก๕นาทีผ่านไป คราวนี้พอเริ่มจับจุดได้ เสียงวี๊ดๆในหูมันค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ......เรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็ดับไป
................................
เออ ไอ้เครื่องนี่มันก็สนุกดีเหมือนกันแฮะ
.
.
ไอ้เจ้าเครื่องที่ว่าหน้าตามันเป็นแบบนี้ค่ะ
.
ไอ้การเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดจากภาวะอารมณ์ของเราที่ว่านี้ เค้าเรี่ยกกันว่า Biofeedback ค่ะ เค้าว่ากันว่าเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงระหว่างลักษณะทางกายภาพกับทางจิตวิทยาเข้าด้วยกันค่ะ ซึ่งเราก็เห็นด้วยนะ
ยิ่งด้วยสันดาน นิสัยส่วนตัวของเราที่ถ้าไม่ได้ลองทำจะไม่เชื่อไม่เข้าใจ ต่อต้านและอีกมากมาย เราเลยยิ่งชอบไอ้เจ้าเครื่องแบบนี้
บอกตามตรงว่าเวลาเราอ่านบทความอ่านหนังสือหรือแม่แต่ม่ะม๊าบอกปากเปียกปากแฉะว่าให้ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ท่องพุทโธๆช่วยลดความเครียดเพิ่มประสิทธิภาพสมองได้ เรานี่ต่อต้านตลอดว่า คนเรามันจะต้องมีวิธีคลายความเครียดเหมือนกันเหรอ(วะ)
ว่าแล้วตอนลองเครื่องเล่นนี้ิเราก็ลองมันทุกอย่างเลย นั่งคิดเรื่องตอนนอนบ้าง ตอนอาบน้ำ แต่งตัวแต่งหน้า อ่านการ์ตูน ไปเที่ยว อ่านหนังสือเรียน(อันนี้เสียงดังพุ่งปี๊ดเลย 555)แล้วก็ลองนั่งสมาธิท่องพุทโธๆด้วย (และระหว่างนั้น เพื่อนเราก็พูดถึงเรื่องจบแล้วทำงานไหนดีกัน คราวนี้เสียงแหลมปรี๊ดแตกกันเลยทีเดียว)
(เคยอ่านหนังสือเจอบอกว่าคนเราเวลามีอะไรกันจะคลายความเครียดได้ เราไม่กล้านึกอ่ะ ใครมีเครื่องนี้อยู่ในครอบครอง ลองเอาไปนึกดูแล้วมาบอกผลเราทีนะ อยากรู้ 555)
จากการทดลองของเราเองได้ผลแบบนี้ค่ะ
คิดเรื่องตอนกำลังอาบน้ำขัดตัว แต่งหน้า ทำผม เสียงจะเบาลงเร็วมาก แต่เราทำให้เสียงมันหายไปหมดเลยไม่ได้ แต่พอลองนั่งสมาธิ เสียงจะค่อยๆหายไปช้าๆจนเสียงมันเงียบไปเลย (ทั้งหมดใช้เวลาประมาณห้านาทีเอง)
หลังจากนั้นพอเราเริ่มเม้า เสียงมันก็กลับมาใหม่ทันที (ได้ข่าวว่าคนอื่นเค้าทำเสียงเงียบต่อกันได้หลายๆนาที เจ้าของบล็อคนี่ อยู่ได้สิบวิก็หรูแล้ว)
.
.
.
ใครรวยๆพอมีเงินก็ลองไปซื้อเล่นกันดูก็ได้นะ(เครื่องเท่าเม้าส์แต่ราคาหกเจ็ดพันเอง) เค้าว่ากันว่าเป็นเครื่องมือที่แพทย์ใช้ในการฝึกให้คนไข้คลายความเครียดด้วยวิธีแบบของตนเองกัน
ตอนนี้เราก็สามารถค้นพบแล้วว่าเราต้องคลายความเครียดแบบไหนเนอะ
อ่านแล้วจะยิ่งเครียดเพิ่มป่าวหว่าเนี่ย(แต่สำหรับพวกที่สอบวิชานี้มันตายแน่ เพราะต้องทำให้เครื่องบ้านี่เงียบเสียงต่อกันให้ได้ห้านาที ทำสองครั้ง โดยอาจารย์เป็นคนฟังเอง)
แล้วคราวหน้าเราต่อกันด้วยเครื่องวัดส่วนอื่นๆกันต่อนะจ๊ะ (ถ้าเจ้าของบล็อคไม่ขี้เกีัยจซะก่อนนะ)
ขอบคุณรูปภาพจาก http://www.luxevivant.com/index.asp?PageAction=VIEWPROD&ProdID=240
edit @ 24 Sep 2009 00:15:34 by [M]iKaC[H]aN....
