2009/Sep/23

 หายไปซะนาน กลับมาปัดฝุ่นบล็อคกันซะหน่อย (แล้วทำไมจะต้องกลับมาปัดฝุ่นบล็อคตอนใกล้สอบทุกทีด้วยหว่า)
 
 ........................................
 

 อย่างที่บอกไป ช่วงนี้ใกล้ๆสอบกันแล้ว ท่าทางทุกคนจะเครียด ไม่ก็อยู่ในขั้นไกล้บ้ากันไปทุกที (แต่ไม่ใช่เจ้าของบล็อค เพราะมันชิวตลอดเวลา)
 
แต่ในสถาวะการณ์เครียดๆแบบนี้ เด็กจิตวิทยาอย่างเราๆก็มีวิธีคลายความเครียดแบบไฮโซๆนะเอ้อ

เมื่อวานเป็นวันฤกษ์งามยามดี(เพราะอาจารย์งดsec เย่!!!!)

เพื่อนๆก็เลยลากเราไปนั่งเล่นของเล่นไฮโซ อุปกรณ์ราคาแพงที่เค้าใช้กันในการเรียนการบริหารความเครียดมา
ไอ้เราก็ไม่ได้ลงเรียนวิชานี้ เข้าไปก็เห็นอุปกรณ์นู่นนี่นั่นวางอยู่เต็มไปหมด ในขณะที่เพื่อนๆนั่งใช้อุปกรณ์กันนิ่งมากกกก แถมดูเครียดๆจนเราคิดว่ามันเรียนบริหารความเครียดหรือเรียนสร้างความเครียดกันแน่วะ ก็เลยนั่งคุ้ยๆมั่วๆเล่นเครื่องเล่นเอาเอง

คุ้ยเขี่ยไปเขี่ยมาเห็นทีท่าว่าจะไม่ได้เรื่อง เพื่อนก็เลยจับนู่นจับนี่แล้วก็ใส่อุปกรณ์ให้เรา และนี่คือการสนทนาที่เกิดขึ้น..................

   เจ้าของบล็อค : มึง ใส่แล้วทำไงต่อวะ แล้วมันจะวัดความเครียดกูไงอ่ะ ไม่เห็นมีตัวเลขเลย ใส่หูด้วย มีเพลงเหรอ แล้วกูจะโดนช็อตไฟฟ้ามั้ย แล้วมันจะวัดได้มั้ยว่ากูบ้า บลาๆๆๆๆ

   เพื่อน(ฟันใหญ่)หมายเลขหนึ่ง: (หน้าตาดูเหนื่อยหน่ายเพื่อนมันเหลือเกิน).....มึงเงียบๆ ใส่หูฟัง ยัดนิ้วเข้าไปในเครื่อง

   เจ้าของบล็อค : โอ๊ยยยยยยย!!!! (อย่าตกใจ แค่ที่หูฟังมันมีเสียงวี๊ดดดังและแหลมมากจนสะดุ้ง) 

   เพื่อน(ฟันใหญ่)หมายเลขหนึ่ง : เออ หนวกหูใช่มะ นั่นแหละ มึงก็แค่ทำไงก็ได้ให้มันเสียงเงียบลงนั่นแหละ เข้าใจป่ะ(แล้วมันก็เดินกลับไปนั่งเงียบๆต่อ)

 

.........................................................

.................................

เอาแล้วไง งานเข้าแล้วสิกู เครื่องบ้าไรไม่รู้ เสียงก็ดัง ยิ่งคิดว่าจะทำไงให้เงียบเสียงยิ่งดัง ทำไงวะเนี่ย

๕นาทีผ่านไป..................

   เพื่อน(ฟันใหญ่)หมายเลขหนึ่ง : มึงงงง เสียงดังมาถึงนี่ มึงหูแตกตายไปยังวะ

   เจ้าของบล็อค :  โอ๊ยยย แล้วจะให้มันเงียบไงล่ะวะ ยิ้มก็แล้ว หัวเราะก็แล้ว แถมกูนั่งจนรากงอกจนหูสูญเสียการรับรู้ไปแล้วเนี่ย

   เพื่อน(แอ๊บแบ๊ว)หมายเลขสอง : (ดูท่าทางจะทนไม่ไหวที่เจ้าของบล็อคมันส่งเสียงรบกวน)..... เพื่อนคะ เพื่อนก็แค่คิดถึงเรื่องดีๆ สนุกๆ สบายๆหรือจะหันหาพระธรรมนั่งท่องพุทโธๆแบบที่จารย์สอนก็ได้นะ นี่ไง อย่างเราก็นั่งคิดถึงตอนนอนไง.....ส้มก็คิดถึงเรื่องผู้ชายเกาหลีญี่ปุ่นแบบที่มึงชอบก็ได้(อุ๊ย หลุดแบ๊ว ๕๕๕).......

  เจ้าของบล็อค : (ฉันก็ไม่ได้บ้าผู้ชายอะไรขนาดนั้นนะยะ) เออๆ เด๋วลองดูๆ

 ......................................

(บทสนทนาข้างต้น มีบางส่วนที่แต่งเสริมเติมแต่งลงไปให้เกินความจริงเพื่อการบันเทิง ห้ามนำไปใช้ภายนอก เพราะเด๋วคนเค้าจะหาว่าอีนี่มัน"บ้า")

อีก๕นาทีผ่านไป คราวนี้พอเริ่มจับจุดได้ เสียงวี๊ดๆในหูมันค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ......เรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็ดับไป 

................................

เออ ไอ้เครื่องนี่มันก็สนุกดีเหมือนกันแฮะ

 

.

.

ไอ้เจ้าเครื่องที่ว่าหน้าตามันเป็นแบบนี้ค่ะ

 

 
เห็นตัวเล็กแค่นี้ เราไปลองเช็คราคาในเวปแล้วก็เกือบหมื่นเหมือนกันนะ
 
ไอ้เจ้าเครื่องข้างบนนี้จริงๆแล้วมันใช้วัดความชื้นที่บริเวณนิ้วโดยให้เราวางนิ้วตรงบริเวณเซ็นเซอร์ค่ะ(ในรูปคือส่วนที่เว้าๆลงไปอ่ะจ้ะ)แล้วก็ใส่หูฟัง ถ้ามีความชื้นที่มือหรือนิ้ว เราก็จะได้ยินเสียงสูงๆแหลมๆแสบแก้วหูค่ะ
 .
ตามทฤษฎีหรืองานวิจัยต่างๆที่ได้รับการพิสูจน์มากมายและหลายๆคนคงจะเคยอ่านกันมาเยอะแล้ว ว่าเวลาคนเราเกิดความเครียดเ้นี่ย ร่างกายเราจะมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆมากมาย
 
หนึ่งในนั้นคือความชื้นบริเวณมือค่ะ
 
จริงๆแล้วยังมีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆอีกเวลาเราเครียด เช่น กล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากจะตึง อุณหภูมิร่างกายต่ำลง อัตราการหายใจสูงขึ้น ซึ่งก็มีเครื่องวัดเช่นกันค่ะ(แล้วเราก็ไปลองเล่นมาแ้ล้วด้วย แล้วจะพูดถึงในตอนต่อๆไปจ้า)

 .

ไอ้การเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดจากภาวะอารมณ์ของเราที่ว่านี้ เค้าเรี่ยกกันว่า Biofeedback ค่ะ เค้าว่ากันว่าเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงระหว่างลักษณะทางกายภาพกับทางจิตวิทยาเข้าด้วยกันค่ะ ซึ่งเราก็เห็นด้วยนะ

ยิ่งด้วยสันดาน นิสัยส่วนตัวของเราที่ถ้าไม่ได้ลองทำจะไม่เชื่อไม่เข้าใจ ต่อต้านและอีกมากมาย เราเลยยิ่งชอบไอ้เจ้าเครื่องแบบนี้

บอกตามตรงว่าเวลาเราอ่านบทความอ่านหนังสือหรือแม่แต่ม่ะม๊าบอกปากเปียกปากแฉะว่าให้ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ท่องพุทโธๆช่วยลดความเครียดเพิ่มประสิทธิภาพสมองได้ เรานี่ต่อต้านตลอดว่า คนเรามันจะต้องมีวิธีคลายความเครียดเหมือนกันเหรอ(วะ)

ว่าแล้วตอนลองเครื่องเล่นนี้ิเราก็ลองมันทุกอย่างเลย นั่งคิดเรื่องตอนนอนบ้าง ตอนอาบน้ำ แต่งตัวแต่งหน้า อ่านการ์ตูน ไปเที่ยว อ่านหนังสือเรียน(อันนี้เสียงดังพุ่งปี๊ดเลย 555)แล้วก็ลองนั่งสมาธิท่องพุทโธๆด้วย (และระหว่างนั้น เพื่อนเราก็พูดถึงเรื่องจบแล้วทำงานไหนดีกัน คราวนี้เสียงแหลมปรี๊ดแตกกันเลยทีเดียว)

(เคยอ่านหนังสือเจอบอกว่าคนเราเวลามีอะไรกันจะคลายความเครียดได้ เราไม่กล้านึกอ่ะ ใครมีเครื่องนี้อยู่ในครอบครอง ลองเอาไปนึกดูแล้วมาบอกผลเราทีนะ อยากรู้ 555)

จากการทดลองของเราเองได้ผลแบบนี้ค่ะ

คิดเรื่องตอนกำลังอาบน้ำขัดตัว แต่งหน้า ทำผม เสียงจะเบาลงเร็วมาก แต่เราทำให้เสียงมันหายไปหมดเลยไม่ได้ แต่พอลองนั่งสมาธิ เสียงจะค่อยๆหายไปช้าๆจนเสียงมันเงียบไปเลย (ทั้งหมดใช้เวลาประมาณห้านาทีเอง)

หลังจากนั้นพอเราเริ่มเม้า เสียงมันก็กลับมาใหม่ทันที (ได้ข่าวว่าคนอื่นเค้าทำเสียงเงียบต่อกันได้หลายๆนาที เจ้าของบล็อคนี่ อยู่ได้สิบวิก็หรูแล้ว)

 .

.

.

ใครรวยๆพอมีเงินก็ลองไปซื้อเล่นกันดูก็ได้นะ(เครื่องเท่าเม้าส์แต่ราคาหกเจ็ดพันเอง) เค้าว่ากันว่าเป็นเครื่องมือที่แพทย์ใช้ในการฝึกให้คนไข้คลายความเครียดด้วยวิธีแบบของตนเองกัน

ตอนนี้เราก็สามารถค้นพบแล้วว่าเราต้องคลายความเครียดแบบไหนเนอะ

 

อ่านแล้วจะยิ่งเครียดเพิ่มป่าวหว่าเนี่ย(แต่สำหรับพวกที่สอบวิชานี้มันตายแน่ เพราะต้องทำให้เครื่องบ้านี่เงียบเสียงต่อกันให้ได้ห้านาที ทำสองครั้ง โดยอาจารย์เป็นคนฟังเอง)

 

แล้วคราวหน้าเราต่อกันด้วยเครื่องวัดส่วนอื่นๆกันต่อนะจ๊ะ (ถ้าเจ้าของบล็อคไม่ขี้เกีัยจซะก่อนนะ)

 

ขอบคุณรูปภาพจาก http://www.luxevivant.com/index.asp?PageAction=VIEWPROD&ProdID=240

 

edit @ 24 Sep 2009 00:15:34 by [M]iKaC[H]aN....

2008/Jun/07

เมื่อวานเราไปเยือนรพ.อีกแล้ว แต่คราวนี้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆไปอีกเยอะเลย(พูดเหมือนเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยแฮะ 555)

6/6/08 9.00pm

อาการภูมิแพ้กำเริบ ขณะกำลังกินข้าวอยู่ จามแรงมาก ตา2ข้างบวมเป่งเป็นนกแก้ว กินข้าวไม่ลงแล้วเลยหยุดกิน แม่ให้ยาแก้แพ้ตัวใหม่ของแม่ ชื่อยาอะไรก็ไม่รู้ ไม่เคยกิน แต่แม่บอกว่าดี แอบเห็นข้างหลังเขียนว่ายาระดับ2 ไม่รู้คืออะไร แต่ก็กินเข้าไป

9.25 pm

อาบน้ำ เตรียมจะนอน อาการจามดีขึ้น แต่จมูกตันไปแล้วเรียบร้อย ต้องหายใจทางปาก อันเป็นกิจกรรมปกติเมื่อยามเป็นภูมิแพ้

9.30 pm

ตามบวมเป่งขึ้นเรื่อยๆ เนื้อเยื่อสีแดงๆตรงหัวตาบวมออกมา ตาเริ่มพร่าจากการบวม เลยตัดสินใจบอกป๊าไปหาหมอเลยดีกว่า

9.40 pm

รอป๊ากะม๊าปิดบ้าน จากตอนแรกจะไปหาหมอเรื่องตาบวม แต่ไปๆมาๆ อยู่ๆก็หายใจไม่ออกเฉยเลย ไม่ว่าจะทั้งทางปากหรือจมูก อึดอัด ทรมานมากกกกก ยิ่งร้องไห้ยิ่งทรมาน เพราะยิ่งทำให้น้ำมูกกับเสมหะเพิ่มมากขึ้น 

บนรถ......ทำไมต้องรถติดวันนี้ นั่งบนรถหายใจไม่ออกเลย ป๊ากะม๊าถามอะไร ก็ไม่มีแรงจะพูด ยิ่งพูดยิ่งเหนื่อย อยากนอน แต่ถ้านอนสงสัยจะหยุดหายใจไปจริงๆ เริ่มได้ยินเสียงป๊ากะม๊ารางๆ พอจับใจความได้ว่าแพ้ยาที่กินตัวใหม่รึเปล่า กล้าล้วงคอมั้ย แต่แม่ไม่กล้าล้วงให้....ลูกเลยล้วงเองเลย เพราะมันไม่ไหวแล้ว(สกิลจากการกินเหล้าได้ใช้งานแล้วเว้ยเฮ้ย 555) ที่ออกมามีแต่เสมหะฟองๆ(ใครกำลังกินข้าวขออภัย 555) แต่ก็ทำให้ดีขึ้นนิดนึง

9.50 pm

ถึงรพ.แล้ว นั่งรถเข็นไปห้องฉุกเฉิน วัดความดัน....ปกติ วัดออกซิเจนในเลือด......ก็เกือบปกติ หมอเลยให้ออกซิเจนทางจมูก ซึ่งเราไม่รู้สึกเลยว่ามันเข้าไป จำได้ว่าตอนอยู่บนเตียง ตัวสั่นมาก ไม่มีแรงเลย มือสั่นถึงขั้นเอายาดมมาดมไม่ได้ 5555

สักพัก หมอก็มา ถามอาการ (ซึ่งเฮียแกไม่สนใจอาการตาบวมของกรูเลย) แล้วก็ให้ฉีดยาแก้แพ้เข้าเส้นเลือด เราหายใจดีขึ้นแล้ว ก็เลยนั่งดูพยาบาลฉีดยาซะเลย ยาแม่งเข็มใหญ่สะใจดี ตอนฉีดไม่เจ็บ แต่ตอนปักเข็มคามือรอดูอาการแม่งเจ็บมากกกก

หมอบอกรอดูอาการ20นาที แต่มันนานมากกกก ตอนนี้เราหายใจได้เกือบปกติแล้ว ไม่แน่นหน้าอกเหมือนตอนก่อนมา แม้จะยังต้องอ้าปากพะงาบๆฮุบอากาศอยู่ก็ตาม

สุดท้ายหมอก็ปล่อยเรากลับบ้านจนได้ รู้สึกดีมากที่ไม่ต้องนอนรพ. กลับถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน นอนแบบไร้เรี่ยวแรงถึงเกือบเที่ยง แล้วก็ไปหาหมอตาต่อเรื่องตาบวมตอนบ่ายสาม ตอนนี้อาการปกติแล้วจ้า เหลือแต่ยังแอบๆหลอนด้วยการปวดเส้นและไม่มีแรงตามแขนข้างที่ฉีดยา แล้วก็ตายังบวมเป็นนกแก้วและแพนด้ามากกว่าปกติเท่านั้น

หมอบอกว่า เราเป็นภูมิแพ้ที่ค่อนข้างรุนแรง ให้เราเลิกซื้อยามากินเองได้แล้ว แล้วไปหาหมอซะ จะได้รู้ว่าตัวเองแพ้อะไร แล้วจะได้มียาประจำตัว ส่วนวันนี้เราไปหาหมอตามา หมอบอกว่าเราก็เป็นภูมิแพ้ที่ตา แต่หมอยังไม่รู้ว่าสาเหตุที่แพ้จะเป็นอันเดียวกับที่ทำให้เราจามรึเปล่า อาทิตย์หน้าต้องไปหาหมออีกที

วันนี้อาการดีแล้ว แต่ตายังบวมเป่งเป็นนกแก้วตาแพนด้าอยู่ ตลกตัวเองดี

 

ขอบคุณทุกๆกำลังใจที่โทรมาหาเรา ขอบคุณป๊ากะม๊าในทุกเรื่อง และขอบคุณตัวเองที่ไม่เคยยอมแพ้กับสิ่งที่ตัวเองเป็น แม้เราจะเป็นแค่คนที่วิตกจริตคิดเพ้อเจ้อไปเองคนหนึ่ง(ก็มันเป็นแค่ภูมิแพ้อ่ะ ใครๆก็เป็น) หรือแม้มันจะเทียบไม่ได้กับคนที่เป็นโรคร้ายแรงก็ตาม

 

 

2007/Nov/05

และแล้ววันที่ 5 พฤศจิกายนก็มาถึงเป็นครั้งที่20

ปีนี้อายุอานามก็ขึ้นเลข2จนได้(แก่แล้วสินะ ตรู...........)

และเป็นวันที่สำคัญอีกประการหนึ่ง

เพราะยังเป็นวันที่บล็อค mikachan.exteen.com ครบรอบ3ปีอีกด้วยค้าบบบ

(หลังจากที่หนีไปมีชู้กะบล็อคอื่นไปชั่วคราว เรากลับมาตายรังที่เดิม)

 

เย้.........ยินดีๆ

 

จากนี้ไปจะพยายามทำบล็อคที่สร้างสรรค์และมีข้อมูลดีๆมาลงอยู่เสมอนะคะ

 

ยังไงก็แล้วแต่......

ส้มมี่ที่อายุ20ปี และบล็อคน้อยๆที่ก้าวย่างเข้าสู่ปีที่4ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกันอีกครั้งเจ้าค่ะ

ปล.วันนี้ สิ่งแรกที่ทำในวันเกิดคือ ไปถ่ายรูปกับโปสเตอร์ดงบังใหญ่ยักษ์ที่สยาม.........คนมองเต็มเลย.....อายโคดดดด(แต่ก็ด้านทำ)

อ้อ......แล้ววันนี้ก็ได้ไปนวดหน้าด้วยเครื่องนวดหน้าแรงดันไฟฟ้าที่สปาเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วย......ความรู้สึกเหมือนโดนไฟดูดทั้งหน้าเลย แต่มันดี ชอบ.......วันหลังไปอีก

ทำไปด๊ายยยยยย.......แต่ก็ได้ยืนข้างเซียด้วย.....โฮะๆๆๆ

 

แล้วก็จบไปแบบงงๆ

 

 

edit @ 6 Nov 2007 00:37:17 by [M]iKaC[H]aN....