2008/Jun/07

เมื่อวานเราไปเยือนรพ.อีกแล้ว แต่คราวนี้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆไปอีกเยอะเลย(พูดเหมือนเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยแฮะ 555)

6/6/08 9.00pm

อาการภูมิแพ้กำเริบ ขณะกำลังกินข้าวอยู่ จามแรงมาก ตา2ข้างบวมเป่งเป็นนกแก้ว กินข้าวไม่ลงแล้วเลยหยุดกิน แม่ให้ยาแก้แพ้ตัวใหม่ของแม่ ชื่อยาอะไรก็ไม่รู้ ไม่เคยกิน แต่แม่บอกว่าดี แอบเห็นข้างหลังเขียนว่ายาระดับ2 ไม่รู้คืออะไร แต่ก็กินเข้าไป

9.25 pm

อาบน้ำ เตรียมจะนอน อาการจามดีขึ้น แต่จมูกตันไปแล้วเรียบร้อย ต้องหายใจทางปาก อันเป็นกิจกรรมปกติเมื่อยามเป็นภูมิแพ้

9.30 pm

ตามบวมเป่งขึ้นเรื่อยๆ เนื้อเยื่อสีแดงๆตรงหัวตาบวมออกมา ตาเริ่มพร่าจากการบวม เลยตัดสินใจบอกป๊าไปหาหมอเลยดีกว่า

9.40 pm

รอป๊ากะม๊าปิดบ้าน จากตอนแรกจะไปหาหมอเรื่องตาบวม แต่ไปๆมาๆ อยู่ๆก็หายใจไม่ออกเฉยเลย ไม่ว่าจะทั้งทางปากหรือจมูก อึดอัด ทรมานมากกกกก ยิ่งร้องไห้ยิ่งทรมาน เพราะยิ่งทำให้น้ำมูกกับเสมหะเพิ่มมากขึ้น 

บนรถ......ทำไมต้องรถติดวันนี้ นั่งบนรถหายใจไม่ออกเลย ป๊ากะม๊าถามอะไร ก็ไม่มีแรงจะพูด ยิ่งพูดยิ่งเหนื่อย อยากนอน แต่ถ้านอนสงสัยจะหยุดหายใจไปจริงๆ เริ่มได้ยินเสียงป๊ากะม๊ารางๆ พอจับใจความได้ว่าแพ้ยาที่กินตัวใหม่รึเปล่า กล้าล้วงคอมั้ย แต่แม่ไม่กล้าล้วงให้....ลูกเลยล้วงเองเลย เพราะมันไม่ไหวแล้ว(สกิลจากการกินเหล้าได้ใช้งานแล้วเว้ยเฮ้ย 555) ที่ออกมามีแต่เสมหะฟองๆ(ใครกำลังกินข้าวขออภัย 555) แต่ก็ทำให้ดีขึ้นนิดนึง

9.50 pm

ถึงรพ.แล้ว นั่งรถเข็นไปห้องฉุกเฉิน วัดความดัน....ปกติ วัดออกซิเจนในเลือด......ก็เกือบปกติ หมอเลยให้ออกซิเจนทางจมูก ซึ่งเราไม่รู้สึกเลยว่ามันเข้าไป จำได้ว่าตอนอยู่บนเตียง ตัวสั่นมาก ไม่มีแรงเลย มือสั่นถึงขั้นเอายาดมมาดมไม่ได้ 5555

สักพัก หมอก็มา ถามอาการ (ซึ่งเฮียแกไม่สนใจอาการตาบวมของกรูเลย) แล้วก็ให้ฉีดยาแก้แพ้เข้าเส้นเลือด เราหายใจดีขึ้นแล้ว ก็เลยนั่งดูพยาบาลฉีดยาซะเลย ยาแม่งเข็มใหญ่สะใจดี ตอนฉีดไม่เจ็บ แต่ตอนปักเข็มคามือรอดูอาการแม่งเจ็บมากกกก

หมอบอกรอดูอาการ20นาที แต่มันนานมากกกก ตอนนี้เราหายใจได้เกือบปกติแล้ว ไม่แน่นหน้าอกเหมือนตอนก่อนมา แม้จะยังต้องอ้าปากพะงาบๆฮุบอากาศอยู่ก็ตาม

สุดท้ายหมอก็ปล่อยเรากลับบ้านจนได้ รู้สึกดีมากที่ไม่ต้องนอนรพ. กลับถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน นอนแบบไร้เรี่ยวแรงถึงเกือบเที่ยง แล้วก็ไปหาหมอตาต่อเรื่องตาบวมตอนบ่ายสาม ตอนนี้อาการปกติแล้วจ้า เหลือแต่ยังแอบๆหลอนด้วยการปวดเส้นและไม่มีแรงตามแขนข้างที่ฉีดยา แล้วก็ตายังบวมเป็นนกแก้วและแพนด้ามากกว่าปกติเท่านั้น

หมอบอกว่า เราเป็นภูมิแพ้ที่ค่อนข้างรุนแรง ให้เราเลิกซื้อยามากินเองได้แล้ว แล้วไปหาหมอซะ จะได้รู้ว่าตัวเองแพ้อะไร แล้วจะได้มียาประจำตัว ส่วนวันนี้เราไปหาหมอตามา หมอบอกว่าเราก็เป็นภูมิแพ้ที่ตา แต่หมอยังไม่รู้ว่าสาเหตุที่แพ้จะเป็นอันเดียวกับที่ทำให้เราจามรึเปล่า อาทิตย์หน้าต้องไปหาหมออีกที

วันนี้อาการดีแล้ว แต่ตายังบวมเป่งเป็นนกแก้วตาแพนด้าอยู่ ตลกตัวเองดี

 

ขอบคุณทุกๆกำลังใจที่โทรมาหาเรา ขอบคุณป๊ากะม๊าในทุกเรื่อง และขอบคุณตัวเองที่ไม่เคยยอมแพ้กับสิ่งที่ตัวเองเป็น แม้เราจะเป็นแค่คนที่วิตกจริตคิดเพ้อเจ้อไปเองคนหนึ่ง(ก็มันเป็นแค่ภูมิแพ้อ่ะ ใครๆก็เป็น) หรือแม้มันจะเทียบไม่ได้กับคนที่เป็นโรคร้ายแรงก็ตาม

 

 

2007/Nov/05

และแล้ววันที่ 5 พฤศจิกายนก็มาถึงเป็นครั้งที่20

ปีนี้อายุอานามก็ขึ้นเลข2จนได้(แก่แล้วสินะ ตรู...........)

และเป็นวันที่สำคัญอีกประการหนึ่ง

เพราะยังเป็นวันที่บล็อค mikachan.exteen.com ครบรอบ3ปีอีกด้วยค้าบบบ

(หลังจากที่หนีไปมีชู้กะบล็อคอื่นไปชั่วคราว เรากลับมาตายรังที่เดิม)

 

เย้.........ยินดีๆ

 

จากนี้ไปจะพยายามทำบล็อคที่สร้างสรรค์และมีข้อมูลดีๆมาลงอยู่เสมอนะคะ

 

ยังไงก็แล้วแต่......

ส้มมี่ที่อายุ20ปี และบล็อคน้อยๆที่ก้าวย่างเข้าสู่ปีที่4ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกันอีกครั้งเจ้าค่ะ

ปล.วันนี้ สิ่งแรกที่ทำในวันเกิดคือ ไปถ่ายรูปกับโปสเตอร์ดงบังใหญ่ยักษ์ที่สยาม.........คนมองเต็มเลย.....อายโคดดดด(แต่ก็ด้านทำ)

อ้อ......แล้ววันนี้ก็ได้ไปนวดหน้าด้วยเครื่องนวดหน้าแรงดันไฟฟ้าที่สปาเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วย......ความรู้สึกเหมือนโดนไฟดูดทั้งหน้าเลย แต่มันดี ชอบ.......วันหลังไปอีก

ทำไปด๊ายยยยยย.......แต่ก็ได้ยืนข้างเซียด้วย.....โฮะๆๆๆ

 

แล้วก็จบไปแบบงงๆ

 

 

edit @ 6 Nov 2007 00:37:17 by [M]iKaC[H]aN....

2007/Aug/23

อันเนื่องมาจากเมื่อวานนี้เราต้องไปช่วยงานเพื่อน(ไปเป็นเบ๊นั่นเอง)ทำงานกลุ่มส่งอาจารย์ เราก็เลยได้แอบเข้าไปจับเด็กอนุบาลหน้าตาน่ารักๆกิน.......เอ๊ยยย ไปดูแลเด็กอนุบาล 1 วันจ๊า

เห็นเด็กๆ(หน้าตาน่าจับกิน)เล่นกัน ขำ แอนด์ กวนตีนดี เลยเอามาเล่าให้ฟัง

ไปถึงรร.อนุบาลตอน10โมงนิดๆ(รร.แถวๆสาธร......แต่บ้านกรูอยู่ปิ่นเกล้า.....ไกลสาดดดด)

ตอนเราเข้าไปในห้องเรียนซึ่งเล็กมากกกกก เดิน3-4ก้าวก็สุดห้อง(ไม่เข้าใจว่าทำไมตอนเด็กๆเราถึงว่ามันกว้างจังวะ)

เราเรียนจิตวิทยา เพราะงั้นงานกลุ่มที่ว่าก็คือ เล่นละครให้เด็กๆดูตามทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ว่า เด็กจะเลียนแบบการกระทำของบุคคลในทีวีหรือคนที่เขาได้พบเห็น

เตรียมการเสร็จซักพัก ครูก็ต้อนเด็กๆเข้ามา เด็กแต่ละคนส่อแววซนที่สุดในโลก ซึ่งตอนแรกก็ดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวเรียบร้อยดี(อันเนื่องมาจากครูยังอยู่นั่นเอง 555)

พอครูไป งานของพวกเราก็เริ่มต้นขึ้น

หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จก็เริ่มเกมส์กัน.....ก็ให้เด็กต่อจิ๊กซอว์หมีพูห์แข่งกัน ทีมชนะก็ให้ขนมกิน แต่ยังไม่ให้ตอนนั้น ต้องรอแสดงละครก่อนเพื่อดูปฏิกิริยาเด็กต่อการดูละคร

แล้วการแสดงก็เริ่มต้นขึ้น......เรื่องมีอยู่ว่า.... ณ หมู่บ้านๆหนึ่ง มีนางฟ้ากับปีศาจอยู่ วันหนึ่งก็มีร้านขนมมาเปิดใหม่ แล้วทั้งสองก็ได้ไปซื้อขนมจากร้านนั้นมา ทางฝ่ายนางฟ้า เมื่อซื้อขนมแล้วก็เอาไปแบ่งกันกับเพื่อนๆ ส่วนฝ่ายปีศาจเมื่อซื้อแล้วก็กินอยู่คนเดียว เพื่อนมาขอก็ไม่แบ่งให้.......วันต่อมา เพื่อนก็ซื้อขนมมากินกันบ้าง และแบ่งให้นางฟ้ากิน แต่ไม่แบ่งให้ปีศาจกิน ทำให้ปีศาจไม่มีเพื่อนในที่สุด......สุดท้ายปีศาจก็คิดได้และซื้อขนมมาแบ่งเพื่อนในที่สุด และหมู่บ้านนี้ก็อยู่กันอย่างสงบสุข.......จบ....(ปัญญาอ่อนดี)

พอเล่นเสร็จ เราก็แจกขนมให้ทีมที่ชนะ ก่อนหน้านั้นก็เปรยๆไว้ว่าถ้าอยากเป็นเด็กดีเหมือนนางฟ้า อยากมีเพื่อนเยอะๆเหมือนนางฟ้าต้องทำอะไรยังไงประมาณนี้(กันไว้ก่อนกลัวผลไม่สำเร็จ 555).......แล้วหลังจากที่แจกขนมไปก็ได้ผลเจ้าค่ะ.....เด็กๆต่างก็แบ่งขนมให้กัน น่ารักมากมาย

แล้วก็จบกิจกรรมทั้งหมด แล้วก็ปล่อยเด็กไปทานข้าว

กิจกรรมวันนี้สนุกมากมาย ได้เล่นกับเด็กๆ ทำให้รู้(และสงสัย)ว่าตอนเด็กตรูปัญญาอ่อนขนาดนี้(เลยเรอะ) 5555 ก่อนจะกลับก็ไปบ๊ายบายเด็กกัน แถมดูท่าทางไม่อยากให้กลับด้วย น่าร้ากกกกก

......ส่วนหนึ่งของพฤติกรรมขำๆปนน่ารัก(แถมด้วยความกวนตีนและแสบ)ของเด็กๆ.........

-ตอนแนะนำตัว เด็กจะขำมากถ้าชื่อของคนๆนั้นเป็นชื่อของกิน หลังๆเลยให้ทุกคนเป็นชื่อของกินซะเลย เช่น ส้มตำ ไข่เจียว ส้มเขียวหวาน ละมุด มะละกอ บลาๆๆ แต่เด็กจะไม่สนใจเลย หากเป็นชื่ออื่น

-ในห้องนี้มีเด็กคนนึงไม่ได้ใส่ชุดนักเรียน เพื่อนเราก็เลยไปถามว่าทำไมไม่ใส่ แต่เด็กดันตอบว่า "ก็จะไม่ใส่อ่ะแล้วมีอะไรมั้ย" เหอๆๆๆ (ตอนหลังไปถามอ. ก็เลยรู้ว่าเค้าเป็นเด็กอินเตอร์ ตอนนี้ปิดเทอมอยู่ พ่อแม่เลยส่งให้มาฝึกเรียนภาษาไทย)

-มีเด็กผู้ชายคนนึง เวลาเรียกออกมาจับกลุ่ม(ประมาณแบบให้ชี้ตัวเลือกเพื่อนประมาณนั้น) น้องเค้าจะเดินไปจูงมือเด็กผู้หญิงออกมาตลอดเวลา แถมลากมาแล้วไม่ค่อยยอมปล่อยมือซะด้วย......เปิดฮาเร็มตั้งแต่เด็กเลยนะจ๊ะหนู 5555

-มีเด็กแกล้งกันในห้อง(เป็นอารมณ์แบบอยู่กัน3คน เป็นแกงค์หัวโจกในห้องอ่ะ)เพื่อนเราเลยไปเตือนว่าอย่าไปตบหัวเพื่อน เด๋วโง่.........แล้วเด็กคนนึงในนั้นที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเพื่อนก็เลยบอกกับเพื่อนว่า "เห็นมั้ย บอกแล้วไม่เชื่อว่าอย่าตบหัวเพื่อน มันไม่ดีเด๋วก็โง่หรอก" แต่มือทั้ง2ข้างของน้องอยู่บนหัวเพื่อน และกำลังตบหัวเพื่อนอยู่ เหอๆๆๆ

-เด็กคนนึง(แกงค์3หัวโจกเช่นเคย) เวลาพี่ๆ(ก็พวกเรานั่นล่ะ)ยืนเฉยๆ หรือยืนเหม่อไม่ได้คุยกะเด็กอยู่ เค้าจะชอบเข้ามาดึงขนหน้าแข้งพี่ๆ......ของผู้หญิงยังไม่เท่าไรเพราะพี่ใส่กระโปรงนักศึกษา แต่เวลาเค้าไปแกล้งพวกผู้ชายที่ใส่กางเกงนักศึกษา(ขายาว)นี่สิ ถึงกะล้วงขากางเกง ล้วงถุงเท้าเข้าไปดึงกันเลยทีเดียว...........

-ตอนก่อนเล่นละครก็จะถามน้องๆประมาณว่า รู้มั้ยนางฟ้าอยู่ที่ไหน รู้มั้ยปีศาจอยู่ที่ไหน......ส่วนใหญ่ก็ตอบแบบอยู่บนสวรรค์ อะไรยังไง แต่มีเด็กคนนึงตอบชี้ไปนอกห้องเรียนแล้วตอบว่า...."กำลังแต่งตัวอยู่ข้างนอก".......เวรกรรม

-พอเล่นละครเสร็จ มีเด็กคนนึงตะโกนว่า "อะไร จบแล้วเหรอ มีแค่เนี้ยนะ"................

-ตอนแจกขนม มีน้อง2-3คนไม่เข้าไปกินขนมกับเพื่อน เพื่อนเราเลยเข้าไปถามว่า ไม่หิวเหรอ ทำไมไม่กินขนมล่ะ ไม่อร่อยเหรอ อะไรประมาณนั้น แต่เด็กกลับตอบว่า......."ไม่เอาหรอก ผมไม่อยากกินของไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ"........ดูมัน

-เรื่องดีๆก็มีนะ........ระหว่างที่เด็กๆกำลังแบ่งขนมกินอยู่ มีน้องคนนึงพูดว่า "ขนมนี่กินหลายๆคนอร่อยกว่ากินคนเดียวตั้งเยอะ" ด้วย.......น่าร้ากกกกก

-เวลาขนมหล่นพื้น เด็กๆทุกคนจะหยิบขึ้นมาแล้วเอาไปทิ้งที่ถังขยะกันทุกคนเลย.....น่ารักมากๆ

-มุขทุกมุขที่เอามาเล่นกับผู้ใหญ่หรือคนธรรมดาแล้วไม่ขำ(เรียกสั้นว่า"มุขแป้ก") ทุกมุข เด็กๆขำกันเฉยเลย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

นี่แค่ส่วนนึงเน้อ ยังมีอีกมากมาย เล่าไม่หมด(และลืมไปแล้ว 555) แต่ก็เก็บเป็นความทรงจำดีๆได้เพียบเลยล่ะ

ก่อนกลับได้คุยกับอ.ด้วย ก็เลยได้รู้ว่าเด็กห้องที่เอามาให้เราดูแลเนี่ย ถือเป็นตัวปัญหาประจำโรงเรียนเลย(.........มิน่าล่ะ)แล้วอ.ก็เล่าว่า พอตอนเสร็จกิจกรรรมแล้วปล่อยเด็กๆออกมากินข้าวน้องๆเค้าวิ่งไปกอดครูกันเต็มเลย......แปลว่าเค้าพอใจ เค้าสนุกที่พวกเรามากัน.........พออ.เล่าให้ฟังพวกเราทุกคนก็ยิ้มแป้นหน้าบานกันใหญ่เลย........555

เล่นกะเด็กนี่มันก็ได้อารมณ์สนุกไปอีกแบบนะเนี่ย......แต่ถ้าถามว่าจะไปอีกมั้ยนี่......ขอคิดนานๆดูก่อนละกัน เหอๆๆๆๆ เหนื่อยมากกกกกก

......

ปล....รูปยังไม่มีนะจ๊ะถ้าได้รูปเมื่อไรจะเอามาลง